posttoday
กลุ่มซีพีออลล์ได้ดี รัฐกระตุ้นรากหญ้า

กลุ่มซีพีออลล์ได้ดี รัฐกระตุ้นรากหญ้า

31 สิงหาคม 2558

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

ผลการที่รัฐบาลประกาศนโยบายกระตุ้นรากหญ้า ส่งผลบวกต่อหุ้นต่อกลุ่มบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ที่รุกขยายสาขา

วันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการซื้อขายรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) หุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ ในกระดานต่างประเทศ (CPALL-F) 6 รายการ จำนวน 31 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 1,537 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 49.97 บาท และมีบิ๊กล็อตหุ้น CPALL อีก 2 แสนหุ้น มูลค่า 9.73 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 48.66 บาท เทียบกับราคาปิดในกระดานปกติที่ 49.25 บาท บวก 2.25 บาท หรือ 4.97% ตลาดคาดว่าแรงขายหุ้นบิ๊กล็อตนี้เป็นของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)

ภายหลังเกิดบิ๊กล็อตวันที่ 28 ส.ค. 2558 ราคาหุ้น CPALL ปิดที่ 49.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.02%

CPALL กำลังมีแผนขายหุ้นบางส่วนของบริษัทลูกบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) ที่คาดราคาขายจะอยู่ในช่วง 42-50 บาท โดยยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้วเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2558

ภายหลังการเสนอขายหุ้นของ CPALL ก็จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทต่อไป โดยกลุ่ม CPALL ถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 97.88% และมีแผนลดเหลือ 60% เพื่อลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้มาซื้อกิจการ MAKRO ในราคาหุ้นละ 787 บาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) 10 บาท ปัจจุบันลดเหลือ 0.50 บาท เทียบราคาปิดที่ 38.75 ขณะที่ผลงาน CPALL ดีขึ้นต่อเนื่อง หลังจากได้กำไรจาก MAKRO

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดการขายหุ้นเพิ่มทุน (พีโอ) ของ CPALL เป็นบวก เนื่องจากช่วยลดภาระหนี้ที่มีอยู่ (ณ เดือน มิ.ย. 2558 CPALL มีสัดส่วนหนี้ต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาที่ 5.5 เท่า และสัดส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ 5.1 เท่า) และอาจมีกำไรจากการขาย (โดยต้นทุนเข้าซื้อ MAKRO อยู่ที่ 39.35บาท/หุ้น พาร์ 0.50 บาท) ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่าย อื่นๆ ที่เกิดขึ้น และปันผลที่ได้รับกลับมา การขายไม่ส่งผลต่อธุรกิจ โดย CPALL ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และมีสิทธิในการบริหารจัดการ

ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPALL ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ก่อนหน้านี้ว่า บริษัทมีความสามารถจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้นได้เท่าเดิมปีละ 90 สตางค์/หุ้น การเข้าซื้อกิจการ MAKRO ทำให้ราคาหุ้น CPALL ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากจาก 32 บาท ขึ้นมาเป็นราคาปิดวันที่ 28 ส.ค. 2558 ที่ 49.75 บาท ขณะที่ราคาหุ้น MAKRO ปิดที่ 38.75 บาท ยังต่ำกว่าราคาทุนที่ CPALL เข้าซื้อ

ภายหลังรวมกิจการกับ CPALL ทำให้ MAKRO รุกขยายสาขาเพิ่มขึ้นจากปกติปีละ 3 สาขาเป็น 6-7 สาขา บริษัทมีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ช่วยสร้างคน ฝึกคน ทำให้การขยายงานเป็นไปอย่างราบรื่น

นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต และ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ยังแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบริษัท ซีพี ออลล์

บล.ธนชาต แนะเพิ่มเข้ามาในพอร์ตด้วยราคาเป้าหมายพื้นฐาน 58 บาท เนื่องจากคาดการณ์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่รุกมากขึ้น โดยเฉพาะในการเร่งการบริโภคและการใช้จ่ายของภาครัฐ (สุดท้ายแล้วจะเกิดการจ้างงาน และนำไปสูงการบริโภคที่สูงขึ้น) จะทำให้กลุ่มค้าปลีกมีแนวโน้มปรับตัวดีกว่าตลาด

นอกจากนั้น ธุรกิจ 7-Eleven และบริษัท สยามแม็คโคร ผ่านจุดต่ำสุดในปี 2557 ไปแล้ว ขณะที่ผลของการใช้หนี้เงินกู้ที่ใช้ซื้อ MAKRO เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้คาดการณ์กำไรเติบโตเฉลี่ย 31% ในปี 2558-2560 และราคาหุ้นยังขึ้นน้อยเทียบกลุ่ม

ครึ่งปีแรก 2558 CPALL ได้เปิดสาขา 7-Eleven เพิ่ม 342 แห่ง และ MAKRO 6 แห่ง และคาดทั้งปีอยู่ที่ 600 แห่ง และ 14 แห่ง ตามลำดับ ทำให้คาดว่าผลประกอบการครึ่งหลังมีทิศทางดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน