posttoday
ปีนี้เป็นปีที่สดใสของกลุ่มนิคม

ปีนี้เป็นปีที่สดใสของกลุ่มนิคม

13 กรกฎาคม 2553

....จิตรา อมรธรรม

กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่น่าสนใจในปีนี้โดย FSS ได้คาดว่ากำไรของกลุ่มนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 30% สูงเป็น 2 เท่าของการขยายตัวของกำไรของหุ้นทั้งตลาดที่ FSS ศึกษา ทั้งนี้เพราะรายได้ที่พลิกฟื้นจากยอดขายที่ดินที่ดีขึ้นมากหลังการเมืองคลี่คลาย เห็นได้จากยอดขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิตยานยนต์ขนาดใหญ่ เช่น ฟอร์ด โตโยต้า และมิตซูบิชิ ประกอบกับอุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มใช้กำลังการผลิตมากขึ้นจนเริ่มมีการขยายกำลังการผลิต บริษัทที่ได้รับผลดีโดยตรงจากการขายที่ดินคือ AMATA เพราะพึ่งพารายได้จากการขายที่ดินมากที่สุด ซึ่งทำให้ผลประกอบการของ AMATA มีความเสี่ยงที่สุดในกลุ่มในยามเศรษฐกิจขาลง ในขณะที่ ROJNA และ HEMRAJ มีการกระจายรายได้ที่ดี โดยมีรายได้จากการขายสาธารณูปโภค (น้ำประปา ไฟฟ้า) ให้กับโรงงานในนิคมและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (คอนโดมิเนียม) ทำให้ผลประกอบการผันผวนน้อยกว่า

HEMRAJ ถือเป็นหุ้นเด่นในนิคมอุตสาหกรรมทั้งในแง่ PE ที่ยังต่ำกว่าผู้ประกอบการอื่น กำไรที่เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 49% โครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีโรงไฟฟ้าเกคโค่วัน (GHECOONE) ช่วยหนุนความมั่นคงและการเติบโตของกำไรในระยะยาว ทั้งนี้ ธุรกิจของ HEMRAJ มีรายได้มาจาก 3 ส่วน คือการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมซึ่งมีอยู่ 6 แห่งคือ 1) นิคมอุตสาหกรรมเหมราชชลบุรี 2) นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก (มาบตาพุด) 3) นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) 4) นิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด 5) สวนอุตสาหกรรมเอส ไอ แอล (ถือหุ้น 25%) และ 6) สวนอุตสาหกรรมระยอง อินดัสเตรียล แลนด์ (ถือหุ้น 25%) และมีรายได้จากสาธารณูปโภค คือจัดหาน้ำดิบและบำบัดน้ำเสียให้ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงลงทุนในโรงไฟฟ้า 3 แห่งคือ 1) บริษัท เกคโค่วัน ร่วมกับโกลว์พลังงาน 2 (ถือหุ้น 35%) 2) บริษัท โกลว์ไอพีพี ร่วมกับโกลว์พลังงาน 2 (ถือหุ้น 5%) และ 3) บริษัท ห้วยเหาะพาวเวอร์ ร่วมกับโกลว์พลังงาน 2 (ถือหุ้น 12.75%) นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากการขายคอนโดมิเนียม “The Park Chidlom” มูลค่า 6,300 ล้านบาท (ขายใกล้หมดแล้ว) และมีอาคาร UM Tower ให้เช่า

ลูกค้าหลักของ HEMRAJ อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ 34% กลุ่มอุปโภคบริโภค 15% และปิโตรเคมี 12% เป็นลูกค้าจากประเทศญี่ปุ่น 31% และไทย 21% ในปี 2552 บริษัทมียอดขายที่ดินเพียง 144 ไร่ ขณะที่ในไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทขายที่ดินได้ 565 ไร่ และมี Backlog (รายได้รอรับรู้) อีก 900 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้ในอีก 618 เดือนข้างหน้า FSS คาดการณ์ว่ายอดขายที่ดินในปีนี้ 1,000 ไร่ ไม่น่าจะยากเกินเพราะไตรมาสแรกไตรมาสเดียวก็มาครึ่งทางแล้ว กำไรในไตรมาสแรกที่ออกมาดีมากนั้น (เพิ่มขึ้น 147% จากไตรมาสก่อน และ 450% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน) ในไตรมาส 2 จะชะลอลงเพราะการเมือง และจะกลับมาดีอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง

HEMRAJ มีข่าวบวกหนุนราคาหุ้นคือ หากโครงการในมาบตาพุดได้รับการปลดล็อก โครงการส่วนขยายในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออกจำนวน 478 ไร่ ซึ่งในบริเวณเขตมาบตาพุดที่ลูกค้าระงับไป จะกลับมาใช้บริการสาธารณูปโภคของบริษัทใหม่ นอกจากนี้ โรงไฟฟ้า GHECOONE ที่ HEMRAJ ถือหุ้น 35% เป็นโรงไฟฟ้าที่มีกำลังผลิต 660 เมกะวัตต์ ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง จะเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ในเดือน พ.ย. 2554 HEMRAJ จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรประมาณ 231 ล้านบาท ในปี 2554 และรับรู้กำไรอีก 955 ล้านบาท ในปี 2555 ซึ่งจะทำให้กำไรในปี 2555 เติบโตก้าวกระโดด 75% เป็น 1,687 ล้านบาท แม้ว่าในช่วง 2 ปีนี้ HEMRAJ จะต้องกู้เงินมาลงทุนแต่ด้วยหนี้สินต่อทุนที่ต่ำที่สุดในกลุ่มคือ 0.9 เท่าในปีนี้ ทำให้ HEMRAJ ยังคงมีความแข็งแกร่งทางด้านโรงสร้างทางการเงินที่สุดในกลุ่ม

สำหรับ AMATA มียอดขายที่ดินแล้ว 252 ไร่ในครึ่งปีแรกปีนี้ เทียบกับปีที่แล้วทั้งปีที่ขายได้เพียง 254 ไร่ และในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่จะขายได้อีก 600–700 ไร่ให้กับ Canadoil ผู้ผลิตท่อส่งน้ำมันสัญชาติแคนาดา ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ในอมตะซิตี้อยู่แล้ว และ Holley บริษัทตัวแทนลงทุนสัญชาติจีน ทำให้เป้าที่บริษัทตั้งไว้ 900 ไร่ทั้งปีดูมีความเป็นไปได้มากทีเดียว ซึ่งถือได้ว่ากลับมาอยู่ในระดับเกือบปกติภายในเวลาเพียงปีเดียว เพราะโดยปกติ AMATA จะมียอดขายที่ดินปีละประมาณ 1,000 ไร่ นักวิเคราะห์ของ FSS คาดว่ากำไรในปีนี้ของ AMATA จะเพิ่มขึ้นถึง 32% ฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อนที่กำไรหดตัวถึง 73% ขณะที่ ROJNA ในช่วงนี้ดูจะมีข่าวที่ไม่ค่อยสดใสคือยอดขายคอนโดมิเนียมที่ฉางโจวในจีนชะลอลงจากมาตรการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลจีน สำหรับการขายที่ดินนั้น ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน บริษัทขายไปได้แล้ว 166 ไร่ ผู้บริหารตั้งเป้าไว้ 400–500 ไร่เท่ากับระดับปกติของบริษัท ซึ่งเชื่อว่าไม่น่ายากเช่นกัน แต่การเติบโตของกำไรของ HEMRAJ ในปีนี้น้อยกว่ากลุ่มคือ 8% เพราะฐานกำไรที่สูงในปีก่อน (ปีก่อนกำไรโตดีมากเพราะมีการขายที่ดินล็อตใหญ่)

โดยสรุปแล้วปีนี้เป็นปีที่สดใสของกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แต่ราคาหุ้นหลายตัวขยับขึ้นไปจนใกล้เต็มหรือเต็มมูลค่าไปแล้ว ณ ราคาปัจจุบัน HEMRAJ ถือว่าโดดเด่นที่สุด FSS ประเมินเป้าหมายไว้ที่ 1.75 บาท ส่วน AMATA 8.80 บาท และ ROJNA 12 บาท

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69