posttoday
ไฟเขียวรายย่อยซื้อหุ้นนอก

ไฟเขียวรายย่อยซื้อหุ้นนอก

29 สิงหาคม 2558

ขนเงินลงทุนเองได้ไม่ผ่านโบรกฯ เริ่มใช้ปีหน้าสตาร์ท100ล้านขึ้นไป

ขนเงินลงทุนเองได้ไม่ผ่านโบรกฯ เริ่มใช้ปีหน้าสตาร์ท100ล้านขึ้นไป

ธปท.ไฟเขียวรายย่อยลงทุนต่างประเทศปีหน้า เริ่มต้นคนรวยมีเงิน 100 ล้านบาทขึ้นไป

นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.จะเปิดให้นักลงทุนรายย่อยสามารถนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศได้เองโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง เช่น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากสนับสนุนให้คนไทยกระจายความเสี่ยงการลงทุน มีทางเลือกติดต่อกับสถาบันการเงินในต่างประเทศเพื่อลงทุนเอง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ รายย่อยกลุ่มแรกที่ให้ออกไปลงทุนได้ คือ 1.นักลงทุนรายย่อยที่เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสินทรัพย์มาแสดงตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งสินทรัพย์ที่ใช้นับได้เป็นหลักทรัพย์ทุกประเภท ทั้งเงินฝาก หุ้น พันธบัตร หุ้นกู้ ฯลฯ ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ง่าย แต่ไม่รวมที่ดิน และ 2.นักลงทุนรายย่อยที่เป็นนิติบุคคลที่มีสินทรัพย์รวมตั้งแต่ 1,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้สามารถนำเงินออกไปลงทุนได้ในแต่ละปีไม่เกิน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี โดยสามารถไปลงทุนในหลักทรัพย์ทุกประเภท รวมถึงเงินฝากในต่างประเทศ ส่วนอนุพันธ์ให้ลงทุนได้ทั้งในและนอกตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (exchange)

อย่างไรก็ดี นักลงทุนที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศต้องยื่นหลักฐานแสดงสินทรัพย์ตามที่ ธปท.กำหนดผ่านทางธนาคารพาณิชย์เพื่อขออนุญาตเป็นรายปี ถ้าคุณสมบัติครบจึงจะสามารถออกไปลงทุนได้เอง นอกจากนี้ ยังต้องรายงานการลงทุนในต่างประเทศให้ ธปท.รับทราบทุกเดือน และเก็บเอกสารหลักฐานไว้เผื่อกรณี ธปท.เรียกตรวจสอบด้วย หากไม่ดำเนินการตามที่กำหนด ธปท.อาจจะถอนการอนุญาตในปีถัดไปได้

สำหรับในปี 2560 ธปท.จึงจะผ่อนคลายเพิ่มเติมให้กลุ่มนักลงทุนรายย่อยไม่จำกัดสินทรัพย์ขั้นต่ำ โดยให้เพดานลงทุนไม่เกิน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี ลงทุนในหลักทรัพย์ได้ทุกประเภท แต่ในอนุพันธ์จำกัดเฉพาะตลาด exchange และการออกไปต้องยื่นหนังสือรับรองจากธนาคารพาณิชย์ เพื่อรับทราบความเสี่ยงการลงทุนและเงินลงทุนต้องไม่ใช่เงินจากการกู้ยืม ธปท.จะจัดสัมมนาเตรียมความพร้อมในวันที่ 1 ก.ย.นี้

“การเปิดให้นักลงทุนรายย่อยออกไปลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้นตามแผนนี้ เราได้ประเมินแล้วว่าไม่กระทบต่อค่าเงินบาท และทุนสำรองระหว่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนที่ออกไปส่วนใหญ่มีการซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน โดยเงินที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศ (FIF) ถึงสิ้นไตรมาส 2 ปีนี้ มีเพียง 4.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ยังไม่เต็มเพดานที่เปิดไว้ให้ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการออกไปลงทุนในต่างประเทศโดยตรง (ทีดีไอ) มี 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เฉลี่ยแต่ละปีส่วนนี้มีประมาณ 1.3-1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งยังเป็นเงินที่น้อย” นางผ่องเพ็ญ กล่าว

ขณะเดียวกัน ธปท.รายงานทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 21 ส.ค.เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ที่ 1.573 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิลดลง 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ที่ 1.56 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ 

นักค้าเงินธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่า เป็นไปได้ว่าทุนสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากการเข้าดูแลเงินบาทไม่ให้อ่อนค่าผันผวนเร็วเกินไป จนกระทบต่อความสมดุลของเศรษฐกิจภาพรวม ขณะที่เงินบาทวานนี้อ่อนค่าไปแตะระดับต่ำสุดของวันที่ 35.86 บาท/เหรียญสหรัฐ หลัง ธปท.ประกาศมาตรการผ่อนผันเงินทุนเคลื่อนย้ายเพิ่มเติม ดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ