
สศช.ตีปี๊บเศรษฐกิจโต7%
ลงทุนใหม่รายได้เกษตรพุ่ง ธปท.ห่วงเงินเฟ้อทะยาน2ปี
โพสต์ทูเดย์
— สศช.ธปท.รายงาน ครม.เศรษฐกิจ ทุบโต๊ะสัญญาณบวกนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจว่าแนวโน้มอัตราขยายตัวในปีนี้จะสูงถึง 7%
ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วง 5 เดือนแรกปี 2553 ยังขยายตัวเป็นบวก แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง โดยภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีในเดือน มิ.ย. และคาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับก่อนวิกฤตได้ก่อนสิ้นปี 2553
นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การบริโภคได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองเล็กน้อย แต่รายได้เกษตรกรที่ขยายตัวสูง การจ้างงานอยู่ในระดับดี และความเชื่อมั่นผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นหลังสถานการณ์คลี่คลายส่งผลให้การผลิตและการลงทุนขยายตัว
อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงของการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของปี อันเนื่องมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของประเทศต่างๆ ที่เริ่มทยอยสิ้นสุดลง การชะลอการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและภาวะวิกฤตหนี้ในยุโรป อาจส่งผลให้การส่งออกไทยชะลอตัวลงบ้าง
สำหรับภาคการเงินยังขยายตัวต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับที่ไม่น่าเป็นห่วง ระบบการเงินยังมีสภาพคล่องไม่เป็นอุปสรรคต่อการปล่อยสินเชื่อ การให้สินเชื่อยังขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4
ขณะที่ภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชน ได้แก่ การต่ออายุมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ 5 มาตรการ อีก 6 เดือน การขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5% เป็นวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท และมาตรการไทยเที่ยวไทยซึ่งเป็นการให้หักค่าลดหย่อนภาษีเงินได้ 1.5 หมื่นบาท
นายธราดล กล่าวว่า ธปท. เป็นห่วงอัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะสูงขึ้นในช่วง 12 ปีข้างหน้า แต่สำหรับในปี 2553 นี้เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาและน่าจะอยู่ในเป้าหมาย โดยในเดือน มิ.ย. ก็ยังอยู่ที่ 3.5% ต่อปี ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นตามแนวโน้มของเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาคไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก
“
แนวโน้มเงินเฟ้อสูงขึ้น แต่ยังอยู่ในเป้าหมายและเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นตามแนวโน้มของเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค ไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก” นายธราดล กล่าว






