posttoday
สศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตฯเดือนก.ค.หดตัวลดลง

สศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตฯเดือนก.ค.หดตัวลดลง

28 สิงหาคม 2558

สศอ. เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ก.ค.หดตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.3%

สศอ. เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ค.หดตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.3% 

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ค.2558 หดตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.3% แต่ถือว่ามีสัญญาณการติดลบที่มีแนวโน้มดีขึ้นกว่าช่วง 3 เดือนก่อนที่ค่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมติดลบอยู่ที่ระดับ 7-8% เนื่องจากอุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ มีการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.6% โดยเป็นการผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น 14.3% เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอาหารที่การผลิตภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ทั้งนี้ ภารกิจใหม่ที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับมาจากทิศทางและนโยบายของรัฐบาล หลังมีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด ที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และหาทางยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในชนบท ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีผลเชิงบวกต่อดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในช่วงต่อไป

ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ) ในเดือนก.ค. หดตัวลดลง 2.8% ตามการส่งออกสินค้าสำคัญอย่าง เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ภาพรวม 7เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.2558) การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมติดลบ 2.9% สอดคล้องการภาพรวมการส่งออกของประเทศในช่วง 7 เดือนที่ติดลบ 4.7% ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนก.ค.อยู่ที่58.74 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการใช้อัตราการผลิตอยู่ที่ 60.07

“คาดว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมจะเริ่มกลับมาบวกได้ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ เพราะเมื่อพิจารณาจากหลายปัจจัยที่ส่งผลบวกเช่น กำลังซื้อตามฤดูกาล ขนาดการหดตัวของไทยยังอยู่ในระดับต่ำกว่าอีกหลายประเทศ และอีกส่วนหนึ่งคือ การกำหนดนโยบายจากภาครัฐ ซึ่งเชื่อว่าจะเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในประเทศ รวมถึงนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติ” นายอุดม กล่าว

ทั้งนี้ หลังจากที่มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นแนวนโยบายจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจที่จะเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเน้นกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อยหรือเอสเอ็มอีเป็นหลัก ซึ่งหากเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะเกษตรกร จะช่วยกระตุ้นให้กลุ่มเหล่านี้มีรายได้และการบริโภคมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้นได้

นายอุดม กล่าวอีกว่า ตอนนี้คงไม่สามารถพึ่งพาการส่งออกได้มากนัก จึงจะเห็นได้ว่าบางประเทศมีการปรับเปลี่ยนนโยบายโดยให้ความสำคัญเศรษฐกิจในประเทศมากกว่าการส่งออก สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันคงเป็นเรื่องยากที่จะใช้การส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นในประเทศมากขึ้น แต่เรื่องนี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้นๆที่จะเห็นผลในปีนี้

สำหรับระยะยาว จะต้องเน้นเรื่องของการลงทุนทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ซึ่งการที่รัฐบาลเน้นการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมในรูปแบบคลัสเตอร์ถือว่ามีส่วนช่วยที่สำคัญที่จะมีส่วนช่วยให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นและกล้าที่จะลงทุนมากขึ้น เพราะเห็นทิศทางที่ชัดเจนและเห็นรูปแบบของอุตสาหกรรมที่เป็นระบบและเป็นรูปธรรมมากขึ้น
 
อย่างไรก็ดี สศอ.จะยังไม่มีการปรับตัวเลขประมาณการณ์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและจีดีพีภาคอุตสาหกรรมของปีนี้ในตอนนี้ เพราะยังเร็วเกินไปที่จะพิจารณา เบื้องต้นยังคงเป้าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปีนี้ไว้ว่า จะขยายตัว 3-4% ส่วนตัวเลขจีดีพีอุตสาหกรรมปีนี้ก็ยังคงไว้ที่ 2-3% อยู่ แต่จะมีการพิจารณาทบทวนตัวเลขดังกล่าวใหม่อีกครั้งในช่วงสิ้นไตรมาส 3

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ