
Single Stock Futures ทางเลือกสำหรับ ผู้ลงทุนในหุ้น
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)
สำหรับผู้ลงทุนหุ้น ที่ต้องการลงทุนด้วยเงินทุนที่น้อย หรือมีความต้องการทำกำไรจากราคาหุ้นในช่วงขาลง ยังมีอีกสินค้าหนึ่งใน TFEX ที่น่าสนใจ ซึ่งก็คือ Single Stock Futures (SSF) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับหุ้นรายตัว ซึ่งมีจุดเด่นที่สามารถใช้สร้างผลตอบแทนได้ทั้งในตลาดขาขึ้นขาลง และยังใช้เงินลงทุนน้อย อีกทั้งยังมีการซื้อขายคล้ายคลึงกับหุ้น
ผู้ลงทุนที่ต้องการทำสัญญา “ซื้อ” หุ้นล่วงหน้า จะเรียกว่า “Long” Stock Futures ในขณะที่ผู้ลงทุนที่ต้องการทำสัญญา “ขาย” หุ้นล่วงหน้า จะเรียกว่า “Short” Stock Futures โดยผู้ลงทุนจะส่งคำสั่งซื้อ (Bid) และคำสั่งขาย (Offer) เข้ามาในระบบของ TFEX และจะเกิดการจับคู่กับอีกฝั่งเมื่อราคาเท่ากับหรือดีกว่าราคาที่เสนอเข้าไปในแนวทางเดียวกันกับการซื้อขายหุ้น เพียงแต่ผู้ลงทุนต้องเปิดบัญชีแยกจากบัญชีหุ้นก่อนซื้อขาย
ปัจจุบัน TFEX มีการเสนอซื้อขาย SSF อ้างอิงอยู่กับหุ้นทั้งสิ้น 60 รายชื่อด้วยกัน ครอบคลุมหุ้นในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น TRUE, KTB, IRPC, TPIPL, QH, BLAND เป็นต้น โดย SSF 1 สัญญา จะมีค่าเท่ากับซื้อหุ้น 1,000 หุ้น ตัวอย่างเช่น หากผู้ลงทุนทำการ Long TRUE Stock Futures 3 สัญญา ก็จะเสมือนกับผู้ลงทุนมีสถานะถือครองหุ้น TRUE 3,000 หุ้นนั่นเอง
ทั้งนี้ Single Stock Futures มีการเคลื่อนไหวของราคาจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับหุ้น แต่ก็ยังคงมีความแตกต่างจากการลงทุนในหุ้นอยู่บ้าง ในประเด็นดังต่อไปนี้
1.ใช้เงินลงทุนน้อยกว่า : เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนเท่ากับราคาหุ้นทั้งหมด เพียงแค่วางเงินหลักประกันขั้นต้น (Initial Margin) ประมาณ 15-20% ของมูลค่าสัญญาที่ลงทุน
2.มีการคำนวณกำไร/ขาดทุนรายวัน (Mark to Market) : โดยเงินกำไรขาดทุนนี้จะนำไปปรับมูลค่าจากเงินหลักประกันของผู้ลงทุน ซึ่งหากมูลค่าหลักประกันลดลงมาต่ำกว่าระดับหลักประกันรักษาสภาพ (Maintenance Margin) ผู้ลงทุนจะต้องวางเงินหลักประกันเพิ่มเพื่อให้เพียงพอกับระดับดังกล่าว
3.สามารถขาย หรือ Short ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหุ้นอยู่ในพอร์ตลงทุน : ผู้ลงทุนจะได้รับผลกำไรหากราคาหุ้นที่ทำการ Short ปรับตัวลดลง นับเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถสร้างผลกำไรได้แม้อยู่ในช่วงตลาดขาลง
4.ไม่มีสิทธิประโยชน์เหมือนหุ้น : ผู้ลงทุนใน SSF แม้ว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้จากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่อ้างอิงอยู่ แต่จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ จากหุ้นนั้นๆ เช่น เงินปันผล สิทธิการจองหุ้นเพิ่มทุน เป็นต้น
5.มีวันหมดอายุ : เนื่องจาก SSF เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจึงมีวันหมดอายุ โดย SSF ที่ซื้อขายใน TFEX มีอายุจำกัดสูงสุดไม่เกิน 1 ปี ซึ่งหากผู้ลงทุนถือครอง SSF จนถึงวันหมดอายุจะทำการชำระราคาด้วยเงินสด (Cash Settlement) โดยไม่มีการส่งมอบหุ้นจริง ดังนั้น หากผู้ลงทุนต้องการมีสถานะการลงทุนในหุ้นอย่างต่อเนื่องจะต้องทำการซื้อหรือขายสัญญาใหม่ที่หมดอายุในอนาคตก่อนที่สัญญาที่ถือครองอยู่จะหมดอายุลง (Roll Over)
ใช้เงินทุนน้อยกว่า อัตราผลตอบแทนจึงมากกว่า
สมมติ ณ วันที่ 30 ม.ค. 2558 ผู้ลงทุนสนใจลงทุนในหุ้น IRPC 15,000 หุ้นจะต้องใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 51,300 บาท (คำนวณจากราคาปิดของหุ้น IRPC ที่ 3.42 บาท x 15,000 หุ้น) ซึ่งเมื่อเวลา 1 เดือนผ่านไป หุ้น IRPC ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4.46 บาท (ราคาปิดตลาดวันที่ 27 ก.พ. 2558) ผู้ลงทุนในหุ้นจะได้กำไรเท่ากับ 15,600 บาท คำนวณจาก (4.46-3.42) x 15,000 หรือคิดเป็นผลกำไร 30.41% (15,600/51,300)
ในขณะเดียวกันหากลงทุน Long ในสัญญา IRPCH15 (SSF ที่อ้างอิงกับหุ้น IRPC ที่หมดอายุในเดือน มี.ค. 2015) 15 สัญญา ที่ราคาปิด 3.42 บาท ณ วันที่ 30 ม.ค. จะใช้เงินลงทุนวางเป็นหลักประกัน 160 บาท/สัญญา หรือทั้งหมด 160x15 สัญญา = 2,400 บาท และหากผู้ลงทุนทำการปิดสถานะในวันที่ 27 ก.พ. 2558 ที่ราคาปิด 4.49 บาท ผู้ลงทุนใน SSF จะได้กำไรเท่ากับ 16,050 บาท คำนวณจาก (4.49-3.42) x (15x1,000 หุ้นต่อสัญญา) หรือคิดเป็นผลกำไรถึง 669% เลยทีเดียว (16,050/2,400)
จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่า SSF นับเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ผู้ลงทุนสามารถใช้แทนการลงทุนในหุ้น ด้วยเงินทุนที่น้อยกว่าและสามารถใช้สร้างผลกำไรได้แม้ในช่วงตลาดขาลง อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนจะต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างการลงทุนใน SSF และการลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารหลักประกัน (Margin) สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tfex.co.th หรือสอบถามได้จาก Broker ของท่าน







