
เร่งรัฐลุยดิจิทัลรับออนไลน์โต
สมาคมอีคอมเมิร์ซ กระทุ้งรัฐคลอดโครงสร้างดิจิทัล รับกำลังซื้อออนไลน์โลกโต
สมาคมอีคอมเมิร์ซ กระทุ้งรัฐคลอดโครงสร้างดิจิทัล รับกำลังซื้อออนไลน์โลกโต
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดดอทคอม และนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เปิดเผยว่า อยากให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เร่งดำเนินการตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งที่ผ่านมาทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมมือกันวางโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจดิจิทัล โดยเฉพาะอีคอมเมิร์ชที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
“นโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2557 โดยมีหลายภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชนรายใหญ่และเล็ก ต่างวางแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก การปรับ ครม.ชุดใหม่ครั้งนี้ ภาคเอกชนกังวลว่าอาจจะมีการตั้งต้น หรือรีเซตนโยบายใหม่ หรือปรับเปลี่ยนแนวทางบางส่วนที่อาจทำให้เกิดความล่าช้า” นายภาวุธ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ครม.ชุดใหม่ที่เข้ามาดูแลงานในด้านนี้ ถึงแม้จะไม่มีการรีเซตนโยบาย แต่อาจจะปรับเปลี่ยนบางอย่าง มีการชักเข้าชักออกในบางโครงการที่อาจทำให้แผนงานในภาพรวมล่าช้าออกไป ซึ่งจะกระทบการดำเนินงานของภาคเอกชนด้วย โดยเฉพาะโครงสร้างภาครัฐที่ถือว่ามาไกลแล้วอย่างการจัดตั้งกระทรวงดิจิทัล ที่จะต้องเร่งผลักดันให้เป็นรูปเป็นร่างโดยเร็ว
นายภาวุธ กล่าวว่า สำหรับการจะผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลให้เดินหน้าไปต่อได้นั้น ภาครัฐจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นคนกลางเพื่อเชื่อมต่อการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชาชนทั่วประเทศ เพื่อนำไปใช้งานในด้านต่างๆ อย่างการวางโครงสร้างพื้นฐานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เป็นต้น ซึ่งถือว่าสังคมในภาพรวมเริ่มเข้าใจเรื่องนี้แล้ว
ขณะที่ในส่วนของสมาคม ได้มีการทำงานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออีคอมเมิร์ซ ร่วมกับสภาหอการค้าไทย เพื่อจะเร่งผลักดันแนวทางการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี หรือผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่มสตาร์ทอัพ ที่ต้องการใช้ช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือหรือแพลตฟอร์มสำคัญในการทำธุรกิจ ขยายตลาด หรือการค้าออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกระแสการค้าโลกการเติบโตต่อเนื่อง
ขณะที่ปัจจุบันกำลังซื้อออนไลน์ไทยในภาพรวมถือว่ายังมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจในภาพรวมจะชะลอตัวก็ตาม โดยในกลุ่มสินค้าค้าปลีกออนไลน์ คาดว่ามีมูลค่ามากกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท และหากรวมกลุ่มบริการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.8 แสนล้านบาท และในสิ้นปีนี้มีแนวโน้มเติบโตไม่ต่ำกว่า 30-35%







