
‘ดุสิตธานี’สยายปีก ปั้นมืออาชีพป้อนโลก
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้การท่องเที่ยวไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ที่ชาวต่างชาติต้องการมาท่องเที่ยวพักผ่อน คือ บริการที่ดีเลิศ ที่ออกมาจากใจของคนไทย ผนวกกับการฝึกปรือทักษะอย่างเข้มข้น จนกลายเป็นจุดแข็งของคนในภาคบริการท่องเที่ยวไทย ที่หาคนมาเทียบชั้นได้ยาก
จุดแข็งดังกล่าวสะท้อนภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อแทบทุกชาติต่างชูการท่องเที่ยวให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวเที่ยวเพื่อโกยเงินเข้าประเทศ และอาชีพในวงการท่องเที่ยวและโรงแรม กลายเป็นหนึ่งอาชีพที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
วีรา พาสพัฒนพาณิชย์ อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี ฉายภาพว่า แนวโน้มการเติบโตของการท่องเที่ยวโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ทำให้เยาวชนไทยสนใจก้าวเข้าสู่การเรียนรู้วิชาชีพภาคการโรงแรมและการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง วัดได้จากปัจจุบัน ผู้เข้ามาเรียนหลักสูตรของวิทยาลัยดุสิตธานีมีเป้าหมายนำความรู้ไปประกอบอาชีพ รวมถึงการเป็นเจ้าของธุรกิจอย่างจริงจัง ต่างจากสมัยก่อนที่ส่วนหนึ่งเรียนเพื่อเป็นความรู้ติดตัว ไม่ได้มุ่งหวังที่จะก้าวสู่วงการโรงแรมและท่องเที่ยวมากนัก
“วิทยาลัยดุสิตธานีเปิดสอนด้านโรงแรมและการท่องเที่ยวมา 20 กว่าปี ผลิตบุคลากรออกสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และได้รับการยอมรับจากคนในวงการถึงความมีประสิทธิภาพในการเรียนรู้และปฏิบัติงานได้จริง สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ทำให้นักศึกษาของวิทยาลัยส่วนใหญ่ถูกจองตัวจากโรงแรมชั้นนำตั้งแต่ยังศึกษาไม่จบ” วีรา กล่าว
จากชื่อเสียงความเป็นมืออาชีพด้านผลิตบุคลากรท่องเที่ยว ทำให้ชาติอาเซียนหลายประเทศทาบทามให้วิทยาลัยเป็นที่ปรึกษาด้านหลักสูตร การเรียนการสอน และจัดทำโครงการผลิตบุคลากรร่วมกัน ซึ่งเป็นโอกาสสร้างชื่อให้กับแบรนด์ดุสิตธานีให้ครอบคลุมในวงกว้างมากขึ้น
วีรา ขยายความว่า แนวทางการขยายธุรกิจการสอนในช่วงแรกจะเน้นการเป็นที่ปรึกษาโครงการมากกว่า การเปิดวิทยาลัยใหม่ โดยได้ร่วมกับมหาวิทยาลัย Lyceum ประเทศฟิลิปปินส์ เปิดหลักสูตรด้านการท่องเที่ยว ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงด้านการผลิตบุคลากรคุณภาพของมหาวิทยาลัยดังกล่าวเพิ่มขึ้น วัดได้จากจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบันมีประมาณ 1.5-1.6 หมื่นคน จากที่ผ่านมามีไม่ถึง 1 หมื่นคน และประมาณ 50% จะเป็นนักศึกษาด้านการท่องเที่ยว โดยวิทยาลัยได้เข้าไปร่วมมือกับสถาบันของฟิลิปปินส์มาแล้ว 6 ปี
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการวางหลักสูตรร่วมกับ Bail International Polytechnic ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะเปิดทำการเรียนการสอนได้ประมาณต้นปี 2559
สำหรับแผนขยายธุรกิจในอาเซียน วิทยาลัยอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเน้นให้คำปรึกษาหรือร่วมทุนเปิดวิทยาลัยในอนาคต โดยตอนนี้มีสถาบันจากหลายประเทศ เช่น เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา และลาว ติดต่อขอนำหลักสูตรของวิทยาลัยเป็นต้นแบบในการเรียนการสอน
“วิทยาลัยได้ร่วมมือกับเจ้าของหลักสูตรในประเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมกับยุคสมัยและโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น หลักสูตรการประกอบอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ สถาบันสอนทำอาหารซือจิ ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น” วีรา กล่าว
ทั้งนี้ วิทยาลัยดุสิตธานีจะผลิตบุคลากรคุณภาพป้อนตลาดท่องเที่ยวและโรงแรมทั่วโลก ปัจจุบันผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยไปทำงานในประเทศต่างๆ เช่น ชาติยุโรป สหรัฐอเมริกา และได้สร้างชื่อเสียงและนำเงินกลับเข้าประเทศจำนวนมากในแต่ละปี
“วิทยาลัยดุสิตธานีมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ผลิตบุคลากรด้านการท่องเที่ยว โรงแรมออกสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก รวมถึงเป็นต้นแบบการพัฒนาบุคลากรของอาเซียนด้วย ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำหนดเกณฑ์มาตรฐานบุคลากรใน 32 ตำแหน่งด้านการท่องเที่ยวด้วย” วีรา อธิบาย
สำหรับในช่วง 5 ปีข้างหน้า หรือในปี 2563 ตั้งเป้าเป็นสถาบันการศึกษาไทยที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของสถาบันการศึกษาชั้นนำของเอเชีย ด้านการศึกษาและการฝึกอบรมด้านอุตสาหกรรมบริการในระดับชาติและระดับนานาชาติ โดยเน้นหลักสูตรที่เป็นสหวิทยาการ การเรียนการสอนโดยคณาจารย์ที่เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งส่งเสริมการวิจัย และมีความพร้อมในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยี
ปัจจุบัน วิทยาลัยดุสิตธานีเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี 5 หลักสูตร เช่น ภาคการโรงแรม อาหาร สปา การจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) เป็นต้น และหลักสูตรภาคอินเตอร์ 2 หลักสูตร รองรับการเรียนของชาวต่างชาติ







