
ซิมพรีเพด ดับ14ล้านเบอร์
นับจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมาตรการให้ผู้ใช้โทรศัพท์แบบเติมเงินนำซิมการ์ดมาลงทะเบียน โดยเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 ก.พ.-31 ก.ค. ก่อนจะยืดเวลาให้อีกเป็นวันที่ 31 ส.ค. ล่าสุดมีผู้นำซิมการ์ดมาลงทะเบียนแล้วกว่า 71 ล้านราย
นับจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมาตรการให้ผู้ใช้โทรศัพท์แบบเติมเงินนำซิมการ์ดมาลงทะเบียน โดยเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 ก.พ.-31 ก.ค. ก่อนจะยืดเวลาให้อีกเป็นวันที่ 31 ส.ค. ล่าสุดมีผู้นำซิมการ์ดมาลงทะเบียนแล้วกว่า 71 ล้านราย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ไม่นำซิมการ์ดมาลงทะเบียนก็ยังเหลืออยู่อีกกว่า 14.4 ล้านเลขหมาย ซึ่งจะถูกปิดการให้บริการโดยอัตโนมัติ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ให้ข้อมูลว่าในจำนวน 14.4 ล้านเลขหมายนี้ แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ใช้งานเป็นประจำ 3.6 ล้านเลขหมาย และ 2.กลุ่มที่มีการใช้งานน้อยหรือไม่ใช้งานเลย 10.8 ล้านเลขหมาย ซึ่งทั้งหมดนี้ยังใช้รับสายได้แต่ไม่สามารถโทรออกได้ ยกเว้นเลขหมายฉุกเฉิน 191 แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย, 199 แจ้งเหตุไฟไหม้, 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน, เบอร์สายด่วน 1515 แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเหตุการณ์ราชประสงค์และท่าเรือสาทร, 1200 ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของสำนักงาน กสทช. และคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นเบอร์ฟรีของผู้ให้บริการได้เท่านั้น
เมื่อเส้นตายการลงทะเบียนใกล้เข้ามาทุกขณะ ล่าสุด วันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา กสทช.ได้ออกคำสั่งไปยังผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทุกราย ให้ระงับการโทรของซิมที่ไม่มาลงทะเบียน และให้ส่งเอสเอ็มเอสแจ้งยกเลิกการให้บริการซิมที่ไม่มาลงทะเบียนทันที
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์เรื่องมาตรฐานสัญญาการให้บริการโทรคมนาคมนั้น ผู้ให้บริการจะต้องแจ้งยกเลิกการให้บริการให้ผู้ใช้บริการรับทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ดังนั้นการยกเลิกทั้งหมดจะต้องไม่เกินวันที่ 30 ก.ย.นี้
แน่นอนว่า กลุ่มที่มีการใช้งานเป็นประจำ 3.6 ล้านเลขหมาย ผู้ใช้ยังมีโอกาสนำซิมการ์ดมาลงทะเบียนแสดงตนภายในสิ้นเดือนนี้
“เราจะโฟกัสไปยังกลุ่มที่ยังใช้งานเป็นประจำให้รีบมาลงทะเบียนในช่วงสุดท้าย ส่วนอีก 10.8 ล้านเลขหมายคิดว่าไม่มาลงทะเบียนแล้วแน่นอน” นายฐากร กล่าว
เลขาธิการ กสทช. ย้ำว่า กระบวนการแจ้งยกเลิกการให้บริการไม่ใช่การขยายระยะเวลาในการลงทะเบียน และเมื่อผู้ให้บริการได้ดำเนินการแล้วให้รายงานผลมายัง กสทช.ภายใน 5 วัน แต่หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง และหากมีความเสียหายเกิดขึ้น เช่น มีการนำซิมไปก่อการร้ายหรือจุดระเบิด จะมีโทษปรับเป็นเงินจำนวนมาก







