
PTTGCพยุงหุ้น!
PTTGC สุดทนหุ้นดิ่งแรง ทุ่ม 4,500 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืน 2% พยุงราคา คุยมีเงินสดล้น
PTTGC สุดทนหุ้นดิ่งแรง ทุ่ม 4,500 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืน 2% พยุงราคา คุยมีเงินสดล้น
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2558 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนจำนวน 90 ล้านหุ้น หรือประมาณ 2% ของทุนเรียกชำระแล้ว กำหนดวงเงินในการซื้อหุ้นคืนประมาณ 4,500 ล้านบาท ทำผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. 2558-7 มี.ค. 2559
วัตถุประสงค์ในการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารสภาพคล่องทางการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและจะสนับสนุนให้ตัวเลขทางการเงินของบริษัทดีขึ้น ทั้งกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) โดยจะไม่มีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทที่จะครบกำหนดในอีก 6 เดือนข้างหน้า นับจากวันที่ซื้อหุ้นคืนที่มีประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท เพราะบริษัทมีเงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่องส่วนเกิน ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2558 กว่า 3.9 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสะสมอยู่ประมาณ 1.25 แสนล้านบาท
“บริษัทประกาศซื้อหุ้นคืน เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (บุ๊กแวลู) ที่ 52 บาท/หุ้น และคาดว่าจะได้รับผลตอบแทนการลงทุนรวมอยู่ที่ 6% ณ ราคาปัจจุบัน พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั่วไปไม่ตื่นตระหนกขายหุ้นของบริษัทออกมา หลังตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และการซื้อหุ้นคืนครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบทำให้สภาพคล่องของหุ้นในตลาดลดลง ซึ่งขณะนี้มีการซื้อขายหุ้น PTTGC เฉลี่ยต่อวันสูงถึง 700-1,000 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นรายย่อยถือสัดส่วน 51.07% ส่วนของนักลงทุนต่างชาติ ขณะนี้คาดว่าจะมีการปรับตัวลดลงจากเดิมที่เคยถือ 30% เชื่อว่าเมื่อนักลงทุนต่างชาติขายแล้วน่าจะกลับมาซื้อหุ้นคืน เพราะราคาหุ้นของบริษัทต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานและต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี
สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงปลายปี คาดว่าราคาจะปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความต้องการที่ค่อยๆ สูงขึ้น แม้ปัจจุบันยังไม่เท่ากับปริมาณที่ผลิตออกมาในตลาดก็ตาม ขณะนี้มีการผลิตน้ำมันมากกว่าความต้องการจำนวน 1 ล้านบาร์เรล แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจของจีน ซึ่งจะมีผลต่อความต้องการใช้ที่เติบโตช้า รวมถึงสถานการณ์ของอิหร่านว่าจะผลิตน้ำมันออกมาขายเพิ่มขึ้นหรือไม่ หากออกมาขายมากขึ้นจะยิ่งฉุดราคาลดลง
การประกาศซื้อหุ้นคืน 2% ในราคาประมาณ 50 บาท ส่งผลให้ราคาหุ้น PTTGC ดีดขึ้นแรงกว่าตลาด 4.75 บาท หรือ 9.64% ปิดที่ระดับ 54 บาท ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายถึง 1,318 ล้านบาท และ บล.เอเซีย พลัส แนะนำ “ถือ” มูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2558 เท่ากับ 67 บาท
นอกจากนี้ PTTGC ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 1.5 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนครึ่งปีประมาณ 2.77% จะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 4 ก.ย. 2558 และจ่ายเงินในวันที่ 22 ก.ย. 2558
นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. (PTT) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีเงินสดจำนวน 6-8 หมื่นล้านบาท ถือว่ามีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าบริษัทจะออกโครงการซื้อหุ้นคืนหรือไม่ หากพูดก่อนจะมีผลกระทบต่อราคาหุ้น
สำหรับราคาหุ้น PTT ที่ปรับตัวลดลงแรงจากนักลงทุนตื่นตกใจขายออกมา และตลาดหุ้นทั่วโลกก็ปรับตัวลดลงจากความกังวลประเทศจีน เช่นเดียวกับราคาน้ำมัน หลายคนมองว่าช่วงนี้เป็นจังหวะที่เหมาะสมในการลงทุนหุ้น ปตท. เพื่อได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว แต่ไม่แนะนำนักลงทุนที่จะเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้น เพราะยังมีปัจจัยส่งผลกระทบต่อราคาอยู่จากความผันผวนของราคาน้ำมัน
“ทั้งกลุ่ม ปตท.มีเงินสดอยู่ 2.5-3 แสนล้านบาท ซึ่ง ปตท.มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีสภาพคล่องที่สูง มีเงินสดในมืออยู่ 6-8 หมื่นล้านบาท บริษัทยังไม่รีบร้อนลงทุน โดยจะพิจารณาอย่างรอบคอบ ช่วงสั้นยังมีความผันผวนสูงจึงจำเป็นต้องเก็บเงินสดไว้ หากมองจากปัจจัยพื้นฐานถือว่าราคาหุ้นปรับตัวลดลงมามากแล้ว หลายคนมองว่าเหมาะที่จะเข้าไปลงทุน แต่ระยะสั้นมีความผันผวนจึงไม่แนะนำให้เก็งกำไร” นายวิรัตน์ กล่าว
สำหรับราคาน้ำมันดิบดูไบคาดว่าจะไม่ปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากปัจจุบันอยู่ที่ 43 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อพิจารณาถึงพื้นฐาน และการผลิตน้ำมันยังมีต้นทุน ราคาในระยะสั้นอาจจะมีความผันผวนบ้าง แต่ยังคงมองราคาเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 50-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 3 จะต่ำกว่าระดับ 4,240 ล้านบาท ในไตรมาส 2 เป็นผลจากธุรกิจโรงกลั่นที่อ่อนแอจากค่าการกลั่น (GRM) ที่อ่อนตัวลง และอาจจะขาดทุนสต๊อกผลิตภัณฑ์ หลังราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ส่วนของธุรกิจปิโตรเคมียังอยู่ในระดับดี ขณะที่วางเป้าหมายกลั่นน้ำมันเพิ่มเป็นระดับ 2 แสนบาร์เรล/วัน จากราว 1.8-1.9 แสนบาร์เรล/วัน หลังโครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ (UHV) จะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2558
ด้านการซื้อขายหุ้นของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันที่ 24 ส.ค. ที่ดัชนีหุ้นดิ่งแรง 64 จุด หรือเกือบ 5% โดยนายอนันต์ กาญจนพาสน์ ซื้อหุ้นบริษัท บางกอกแลนด์
(BLAND) จำนวน 1.2 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.38 บาท







