
กระทุ้งอาเซียนใช้หยวนเพิ่ม
อิเหนา-มาเลย์หนุนใช้หยวนในอาเซียนมากขึ้น ไทยยังห่วงเรื่องความผันผวน
อิเหนา-มาเลย์หนุนใช้หยวนในอาเซียนมากขึ้น ไทยยังห่วงเรื่องความผันผวน
เว็บไซต์จาการ์ตาโพสต์อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายโทมัส เลมบอง รมว.การค้าอินโดนีเซีย ว่า ควรส่งเสริมให้มีการใช้เงินหยวนในการทำการค้าและธุรกิจการเงินในอาเซียนมากกว่าการใช้เงินเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับสกุลเงินท้องถิ่นในภูมิภาค และยังสอดคล้องกับที่จีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของอาเซียน เช่นเดียวกับนายมุสตาปา โมฮาเหม็ด รมว.อุตสาหกรรมและการค้าต่างประเทศของมาเลเซีย ที่กล่าวว่า ชาติอาเซียนควรใช้เงินหยวนมากขึ้น เพราะจีนเป็นคู่ค้าสำคัญ
นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ และผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะเปลี่ยนมาใช้เงินหยวนในการซื้อขายแทนเงินเหรียญสหรัฐในระดับสากล เพราะหยวนยังไม่ได้เปิดเสรีบัญชีทุน ทำให้มีข้อจำกัดในการใช้ จึงไม่มีสถานภาพเป็นค่าเงินสกุลหลักเหมือนเงินเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ดี แนวคิดนี้น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาประเทศต่างๆ ในอาเซียนมีข้อตกลงกับธนาคารแห่งชาติจีนในการจับคู่ผลักดันการใช้เงินหยวนในการซื้อขายสินค้าระหว่างกันอยู่แล้ว ซึ่งในอนาคตอาจจะค่อยๆ ขยายวงให้กว้างขึ้นจนครบทุกประเทศในอาเซียน
“ตอนนี้เงินหยวนเริ่มมีการเทรดมากขึ้น ทำให้เริ่มมีความผันผวนและไม่รู้ว่าเงินหยวนจะอ่อนค่าลงไปอีกหรือไม่ ดังนั้นการใช้เงินสกุลหยวนในการซื้อขายระหว่างกันก็น่าจะเป็นแค่อีกทางเลือกหนึ่ง แต่ไม่ใช่ค่าเงินสกุลหลักที่จะเข้ามาแทนที่เงินสกุลเหรียญสหรัฐได้” นายสมภพ กล่าว
ด้าน นายไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร กรรมการเลขาธิการสภาธุรกิจไทย-จีน กล่าวว่า การใช้เงินสกุลหยวนในการซื้อขายก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการส่งออกที่ทำการค้าขายกับจีน เพราะผู้ประกอบการส่งออกของไทยกว่า 80% มีการใช้เงินสกุลเหรียญสหรัฐและเงินสกุลยูโรในการค้าขาย แต่หากจะใช้เงินหยวนเป็นตัวกำหนดราคาเพื่อค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ในอาเซียน ก็ต้องศึกษาให้ดีว่าสามารถทำได้หรือไม่
“การหันมาใช้เงินสกุลหยวนค้าขายกันในอาเซียนนั้น ไม่ได้ช่วยดึงให้ค่าเงินสกุลท้องถิ่นของอาเซียนกลับมาแข็งค่าขึ้น เพราะค่าเงินส่วนใหญ่ยังอิงกับเงินสกุลเหรียญสหรัฐ ส่วนจะเพิ่มขีดความสามารถ
การแข่งขัน สร้างความได้เปรียบเสียเปรียบหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการจะสามารถแบกรับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้มากน้อยแค่ไหนมากกว่า”นายไกรสินธุ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องการให้ผู้ประกอบการส่งออกตื่นตระหนกไปกับการอ่อนค่าลงของเงินหยวนว่าจะส่งผลกระทบต่อสกุลเงินท้องถิ่นในอาเซียน แต่ควรพิจารณาภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปมากกว่าที่จะมีผลต่อการอ่อนค่าของสกุลเงินต่างๆ
ทั้งนี้ สื่อของอินโดนีเซีย รายงานว่า สกุลเงินท้องถิ่นในอาเซียนส่วนใหญ่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และบางสกุลอ่อนค่ามากเกินไป โดยเงินริงกิตของมาเลเซียอ่อนค่าลงหนักที่สุดในรอบ 17 ปี มาอยู่ที่ 4.348 ริงกิต/เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ขณะที่รูเปียห์ของอินโดนีเซียอ่อนค่ามากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค







