posttoday
ค้าออนไลน์ปั้นรายได้ ดันสินค้าไทยแข่งนอก

ค้าออนไลน์ปั้นรายได้ ดันสินค้าไทยแข่งนอก

26 สิงหาคม 2558

ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซานั้น การขายของบนช่องทางออนไลน์

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซานั้น การขายของบนช่องทางออนไลน์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยสร้างรายได้เข้ากระเป๋าโดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายที่สูงมากนัก ทั้งยังสามารถขยายตลาดและกลุ่มลูกค้าไปยังต่างประเทศได้ด้วย

รัตนชัย ฐาปนะพงศ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์เบนซิโอ้ (Benzio) และผู้เขียนหนังสือขายสินค้าไทยรวยเป็นล้านด้วยอเมซอน เปิดเผยว่า ในโลกออนไลน์นั้น ล้วนสร้างรายได้ให้กับคนเราได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด ก็สามารถสร้างรายได้จากช่องทางนี้ได้ทั้งสิ้น โดยไม่อยากให้มองเรื่องของภาษีอีคอมเมิร์ซมาเป็นกำแพงให้ไม่กล้าลงมือทำ

“หากร้านค้าใดถูกโทรไปให้จ่ายภาษีอีคอมเมิร์ซนั้น แสดงว่าร้านนั้นผลประกอบการดี ควรภูมิใจมากกว่าจะไปคิดเล็กคิดน้อย จริงอยู่ที่ว่าอัตราภาษีที่ต้องจ่ายเริ่มต้นที่ 10% นั้นค่อนข้างสูง แต่นั่นแสดงว่ารายได้ของคุณก็ดีตามไปด้วย” รัตนชัย กล่าว

ทั้งนี้ การเปิดธุรกิจออนไลน์นั้น มีข้อดีกว่าการขายสินค้าแบบช่องทางเดิม นั่นคือไม่จำเป็นที่จะต้องมีเงินทุนในการเปิดหน้าร้าน หรือสั่งซื้อสินค้ามาสต๊อกเก็บไว้ในคลัง เหมือนการขายแบบหน้าร้านทั่วไป คนที่ไม่มีเงินทุนก็เริ่มต้นเป็นผู้ขายได้ทันที เพียงแค่กระตือรือร้นที่จะทำตลาดออนไลน์ต่อเนื่อง

รัตนชัย กล่าวอีกว่า ปัญหาใหญ่ที่ทำให้การซื้อขายออนไลน์ไม่เติบโตเท่าที่ควรนั้น คือ ไม่เข้าใจเรื่องระบบซื้อขาย ทำการตลาดไม่ต่อเนื่อง ภาษาอังกฤษไม่คล่อง ถ่ายภาพประกอบไม่สวย ช่องทางการชำระเงินไม่น่าเชื่อถือ การจัดส่งยังมีความเสี่ยง หากแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เชื่อว่าการซื้อขายออนไลน์บูมแน่นอน

ทั้งนี้ มูลค่าการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ หรือการใช้งานออนไลน์ที่เติบโตขึ้นอย่างไม่จำกัดนั้น จะเป็นการสร้างโอกาสของการซื้อขายออนไลน์ให้เพิ่มมากขึ้น

“แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศจะดูซบเซา แต่นั่นเป็นภาพรวมภายในประเทศที่กำลังซื้อชะลอตัวจากภาวะต่างๆ แต่นั่นไม่ได้มีปัญหาการซื้อขายออนไลน์ ทุกประเทศยังคงมีการซื้อขายตามปกติ ปัจจัยบวกทั้งเรื่องของจำนวนสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น สินค้าเป็นที่ต้องการของตลาด การขนส่งและระบบชำระเงินออนไลน์ในต่างประเทศก็มีความน่าเชื่อถือ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้การซื้อขายออนไลน์เติบโต”

ทั้งนี้ การทำตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น จะมีจุดเริ่มต้นที่คล้ายคลึงกัน คือ กราฟฟิกแต่งภาพต้องสวย ใช้แอพแต่งภาพมาเป็นเครื่องมือ บริหารโซเชียลมีเดียให้เป็น ใช้ประโยชน์ในยุคสมาร์ทโฟนให้คุ้ม ฝึกภาษาให้คล่องและมั่นใจในสินค้าไทยว่าเป็นที่ต้องการของตลาดโลก สินค้าของไทย ไม่ว่าจะเป็น แฟชั่น เครื่องสำอางและอาหาร ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความต้องการสูง และทำการค้าได้ง่าย

“สินค้าที่ตลาดต้องการที่เห็นในช่วงนี้ คือ ตุ้มหูดักจับความชั่วร้าย (Dream catcher) เพราะคนต่างชาติเชื่อเรื่องนี้มาก ไม่แพ้คนไทยที่เชื่อเรื่องโชคลางของขลัง หรือพระเครื่องที่คนจีนนิยมมาก และยังมีอาหาร เครื่องสำอางของไทยที่สามารถตีตลาดโลกได้” รัตนชัย กล่าว

นอกจากนี้ หากผู้ที่ต้องการขายสินค้าออนไลน์ในช่วงแรก ยังไม่มีสินค้าในมือและไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นขายสิ่งใดนั้น จะมีรูปแบบธุรกิจที่เรียกว่า ดร็อปชิปโมเดล (Dropship Model) เข้ามาตอบโจทย์ผู้ขาย ให้เข้าถึงสินค้าได้ตามต้องการมากขึ้น โดยไม่ต้องผลิต หรือสต๊อกสินค้าเอง ทั้งยังสามารถขายในแบรนด์ตัวเองได้ด้วย สอดคล้องกับโรงงานที่ต้องการตัวแทนขายโดยไม่ต้องเสียเงินจ้าง เพียงบริหารจัดการสินค้าและส่งไปยังลูกค้าเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า