
เอพีรุกหนักแนวราบปั๊มรายได้
เอพีเร่งเครื่องบ้านแนวราบ ปูพรม 10 โครงการ พร้อมขายโอนลดเสี่ยง มั่นใจยอดขาย-รายได้ตามเป้าเดิม
เอพีเร่งเครื่องบ้านแนวราบ ปูพรม 10 โครงการ พร้อมขายโอนลดเสี่ยง มั่นใจยอดขาย-รายได้ตามเป้าเดิม
นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า ในช่วง 4-5 เดือนสุดท้ายของปีนี้บริษัทจะเร่งทำตลาดบ้านแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮาส์ โดยจะเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 8,150 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นบ้านพร้อมอยู่ที่สามารถขายและโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันที จะทำให้บริษัทมียอดรับรู้รายได้ได้ทันที ช่วยลดความเสี่ยงในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวได้ดี
"บ้านแนวราบนอกจากจะมีความต้องการต่อเนื่องแล้ว ยังมีความยืดหยุ่นสูง หากภาวะเศรษฐกิจมีปัญหา กำลังซื้อชะลอตัวหนัก ยังแบ่งเฟสในการพัฒนาได้ หรือปรับแผนก่อสร้างได้ หากโครงการไหนขายดีก็สามารถโยกทีมก่อสร้างจากโครงการที่ขายได้ช้ามาเร่งก่อสร้างให้กับโครงการที่ขายดีได้" นายวิทการ กล่าว
สำหรับบ้านแนวราบที่ทยอยเปิดตัวไปแล้วในช่วงครึ่งปีหลัง เช่น โครงการพลีโน่ ราชพฤกษ์-พระราม 5 ล่าสุดคือ บ้านกลางเมือง พระราม 2 บนทำเลถนนพระราม 2 ซอย 50 จำนวนทั้งหมด 50 ยูนิต ระดับราคา 7-9 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 380 ล้านบาท เป็นบ้านแฝด 3 ชั้น ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ของแบรนด์บ้านกลางเมืองที่พัฒนามาตอบโจทย์กลุ่มกำลังซื้อระดับกลาง-บนที่เป็นครอบครัวใหญ่ แต่อาจจะมีกำลังซื้อยังไม่ถึงบ้านเดี่ยว ซึ่งหากตอบรับดีจะนำไปใช้กับโครงการอื่นๆ ต่อไป
"จากการศึกษาความต้องการของคนย่านนี้ ยังมีกลุ่มครอบครัวใหญ่อยู่จำนวนมากที่มีกำลังซื้อระดับกลาง-บน แต่อาจจะยังมีความสามารถในการซื้อไม่ถึงบ้านเดี่ยว ซึ่งในย่านนี้มีราคาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนทาวน์เฮาส์ที่มีราคาประมาณ 4-5 ล้านบาท จะหลังเล็กเกินไป มีฟังก์ชั่นไม่ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวใหญ่" นายวิทการ กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าโครงการดังกล่าวจะได้รับการตอบรับที่ดี และยังเชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงนี้ยังไปต่อได้ โดยเฉพาะตลาดที่เป็นที่อยู่อาศัยเจาะกลุ่มคนอยู่จริงหรือเรียลดีมานด์ สะท้อนได้จากงานคอนโดพร้อมอยู่ที่เอพีจัดในช่วงหลังเกิดเหตุระเบิดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังมียอดขายตามเป้า 200 ล้านบาท ประกอบกับโครงการบ้านแนวราบที่เลือกมาเปิดตัวในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้อยู่ในทำเลที่มีความต้องการสูง จึงเชื่อว่าจะทำให้ยังได้ยอดขายตามเป้า 2.8 หมื่นล้านบาท เพราะปัจจุบันมียอดขายแล้ว 2 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจอาจยังไม่ฟื้นตัวมาก หากภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะหากเศรษฐกิจดี ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็จะดีตามไปด้วย







