posttoday
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางถึงยาวลดลง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางถึงยาวลดลง

25 สิงหาคม 2558

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (17-21 ส.ค. 2558) มีมูลค่ารวม 381,111.62 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 76,222.32 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 14% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 64% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 242,382 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน)

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (17-21 ส.ค. 2558) มีมูลค่ารวม 381,111.62 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 76,222.32 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 14% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 64% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 242,382 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน)

ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 107,964 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 6,413ล้านบาท หรือคิดเป็น 28% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาลที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 3.8 ปี) LB206A (อายุ 4.9 ปี) และ LB176A (อายุ 1.8 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 29,646 ล้านบาท 21,122 ล้านบาท และ 19,123 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT164A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 374 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย รุ่น SCC184B (A(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 346 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT174A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 342 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางถึงยาวปรับตัวลดลงในช่วง -2 ถึง -7 bps เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะอายุ 3 ปี อยู่ที่ระดับ 1.66% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวอายุ 5 ปีขึ้นไป อยู่ที่ระดับ 2.17-3.73% ทั้งนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่สำคัญ ได้แก่ เหตุการณ์ระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งจะส่งผลกระทบระยะสั้นต่อความมั่นใจของนักลงทุนรวมถึงการท่องเที่ยว ในส่วนของรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือน ก.ค.ยังทรงตัว โดยปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 0.1% จากเดือนก่อนหน้า ทำให้นักลงทุนในตลาดคาดว่าเฟดอาจจะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.นี้ อีกทั้งยังต้องติดตามการเจรจาระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ เพื่อลดความตึงเครียดบริเวณคาบสมุทรเกาหลี หลังจากที่มีการเปิดฉากยิงข้ามพรมแดนในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

สัปดาห์ที่ผ่านมา (17-21 ส.ค.) เงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ไทยเพิ่มขึ้นสุทธิ 190 ล้านบาท โดยมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) ประมาณ 2,047 ล้านบาท และลดลงในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุน้อยกว่า 1 ปี) ประมาณ 1,857 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท