posttoday
เศรษฐกิจชาวบ้าน (ตอนที่ 1)

เศรษฐกิจชาวบ้าน (ตอนที่ 1)

25 สิงหาคม 2558

เศรษฐศาสตร์คือการเข้าใจเศรษฐกิจ ซึ่งก็คือพื้นฐานชีวิตของชาวบ้านนั่นแหละ แต่ปัญหาคือ เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องเข้าใจยากทำให้คนส่วนใหญ่ก็ไม่สนใจไปเลย เพราะไม่รู้เรื่อง สุดท้ายก็เสียเปรียบคนที่เขาเข้าใจแล้วเอาความได้เปรียบตรงนี้ใช้เป็นอาวุธสร้างความได้เปรียบ

เศรษฐศาสตร์คือการเข้าใจเศรษฐกิจ ซึ่งก็คือพื้นฐานชีวิตของชาวบ้านนั่นแหละ แต่ปัญหาคือ เศรษฐกิจมันเป็นเรื่องเข้าใจยากทำให้คนส่วนใหญ่ก็ไม่สนใจไปเลย เพราะไม่รู้เรื่อง สุดท้ายก็เสียเปรียบคนที่เขาเข้าใจแล้วเอาความได้เปรียบตรงนี้ใช้เป็นอาวุธสร้างความได้เปรียบ

เอาล่ะครับเรามาเข้าใจเศรษฐกิจแบบง่ายๆ กันว่าคนทุกคนควรจะเข้าใจอะไรเกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจ

1.ควรเข้าใจว่าเศรษฐกิจก็คือภาพรวมของธุรกิจ การทำมาหากินของชาวบ้าน ดังนั้น เศรษฐกิจดีก็แปลว่า การทำมาหากินคล่องตัว เงินสะพัด มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนเยอะ ยิ่งคนมีความเชื่อมั่นแล้วซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าเยอะๆ ทุกคนก็จะมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น เพราะการหมุนเวียนของเงินมันส่งผลให้ความรวยของคนทุกคนเพิ่มขึ้น แก่นของเศรษฐกิจคือ “ความเชื่อมั่น” ต้นน้ำ คือ ธนาคาร ถ้าธนาคารเชื่อมั่นก็จะปล่อยกู้ เจ้าของธุรกิจก็จะเอาเงินกู้ไปขยายทำโรงงาน เปิดร้าน ขายสินค้าและบริการ คนบริโภคก็จะซื้อบริโภค ส่วนเวลาเศรษฐกิจแย่ธนาคารก็จะเริ่มรัดเข็มขัดไม่ปล่อยกู้

2.เศรษฐกิจก็เหมือนน้ำเมื่อมันมีน้ำขึ้นก็ต้องมีน้ำลง ไม่สามารถทำให้ขึ้นตลอดหรือลงตลอดได้มันผิดหลักธรรมชาติ สาเหตุที่เศรษฐกิจวิ่งเป็นวงจรเหมือนน้ำ ก็เพราะมนุษย์คือกลไกสำคัญในระบบเศรษฐกิจ ในขาขึ้นคนส่วนใหญ่ก็จะกู้ขยายธุรกิจทำให้เกิดการผลิตเกินความต้องการ จากนั้นคนที่ขายของไม่ได้ก็จะเริ่มมีปัญหาแล้วโยงเป็นลูกโซ่กลายเป็นขาลง จากนั้นคนก็จะขาดความเชื่อมั่นแล้วลงหนักขึ้นจนแย่ที่สุด จากนั้นสินค้าที่เกินความต้องการก็จะเริ่มลดลง กลับมาสู่ช่วงความต้องการและปริมาณสินค้าสมดุลก็จะเกิดขาขึ้นรอบใหม่ของเศรษฐกิจ เวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ -- คนที่เข้าใจวงจรของเศรษฐกิจและสามารถทำกำไรจากวัฏจักร เขาเรียกว่า “นักลงทุน” (นักลงทุน คือ คนที่สามารถเก็งกำไร ซื้อสินทรัพย์ในช่วงเศรษฐกิจแย่ แล้วถือไปขายในช่วงเศรษฐกิจดี ราคาแพง

3.พื้นฐานของเศรษฐกิจวางอยู่บนหลักความ Demand และ Supply เวลาเราไปเรียนเศรษฐศาสตร์เขาจะศึกษาเอา Demand ซึ่งก็คือ “ความต้องการ” การ Plot Chart ร่วมกับ Supply ซึ่งก็คือ “การจัดหา” (เอาแบบเข้าใจง่าย สมมติเด็กนักเรียนโรงเรียนหนึ่ง ต้องการนม 1 กระป๋องต่อวันต่อคน สมมติมีนักเรียน 100 คน นั่นแปลว่า Demand ของ “นมกล่อง” คือ 100 กล่องต่อวัน นี่คือ “ความต้องการบริโภคนมของโรงเรียนนี้” ส่วน Supply คือ “คนขายนม” ก็คือคนจัดหานมมาตามความต้องการของนักเรียน สมมติว่า คนขายนมจัดนมมาแค่ 50 กล่อง นั่นแปลว่า Supply มีน้อยกว่า

Demand ก็มีโอกาสที่คนขายนมจะขายนมหมดเกลี้ยงหรือบางครั้งอาจขึ้นราคานม เพราะนักเรียนต้องการนมมากกว่าที่คนขายนมมีอยู่) คุณเชื่อหรือไม่ว่าหลัก Demand และ Supply คือพื้นฐานของธุรกิจและเศรษฐกิจของ
ทั้งโลก ลองดูประเทศไทยคุณทราบไหมว่าทำไมราคาข้าวถึงถูกและชาวนายิ่งปลูกยิ่งจน ตอบง่ายๆ ก็แปลว่า “ข้าว” มี Supply มากกว่า Demand ภาษาชาวบ้านก็คือ ข้าวมีมากกว่าความต้องการของคนที่จะกิน ดังนั้นชาวนาไม่มีทางขายข้าวได้แพง

ในทางกลับกันหากต้องการให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้นก็มี 2 วิธี คือ 1.ลดจำนวนคนปลูกข้าว พอจำนวน Supply ข้าวน้อย เดี๋ยวราคาก็ขึ้นเอง 2.ไปเพิ่มที่ Demand คือ คิดหาวิธีเอาข้าวไปแปรรูปให้เกิดความต้องการซื้อ เช่น ทำข้าวเป็นขนม ทำข้าวเป็นครีมลดริ้วรอย ทำข้าวเป็นเครื่องดื่มเสริมโปรตีน พูดง่ายๆ คือเอาข้าวไปแปรรูปให้คนอยากซื้อข้าวในรูปแบบที่ขายได้ราคามากกว่าข้าว ลองคิดให้ดีเรื่อง Demand และ Supply เป็นประเด็นระดับประเทศ เพราะพืชผลทางการเกษตรของไทยไม่เคยขายได้ราคาแพงเลย เพราะไม่สนใจ Demand และ Supply ถ้าเราหันมาให้ความสำคัญในการดู Demand และ Supply ในสินค้าการเกษตรราคาพืชผลทางการเกษตรของไทยจะมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้

4.เศรษฐกิจ คือ คนครับ เศรษฐกิจจะดีหรือไม่มันขึ้นกับภาพรวมของธุรกิจในประเทศนั้นๆ ดีหรือแย่ การที่ธุรกิจดีก็หมายความว่า คนผลิต คนขาย และคนซื้อสมดุลก็เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการทำให้เศรษฐกิจดี การที่ธุรกิจในปัจจุบันเริ่มมีปัญหาเพราะคนผลิตพยายามผลิตมากเกินไปแล้วไม่ได้สนใจคุณภาพหรือไม่สนใจความต้องการ สุดท้ายสินค้าที่ไม่มีใครต้องการล้นตลาดเหมือนในปัจจุบัน ที่เข้าสู่ช่วงปลายของยุค Industrial Age (ใกล้จบยุคอุตสาหกรรม) คนส่วนใหญ่ลืมไปว่าจริงๆ ธุรกิจก็คือการสร้างประโยชน์ให้คนอื่นผ่านสินค้าและบริการ สิ่งที่ธุรกิจดีๆ ต้องตอบโจทย์ ก็คือหนึ่งแก้ปัญหาให้ลูกค้า สอง สร้างประโยชน์ให้ลูกค้าในเรื่องอะไรก็ได้ นี่แหละพื้นฐานหรือหัวใจของธุรกิจ

ก็ให้ 4 ข้อนี้เป็นการแนะนำ “การเข้าใจเศรษฐกิจแบบบ้านๆ แต่ Make Sense” ลองเอาหลักการทั้ง 4 ไปดูซิว่าเราทำธุรกิจตรงตามสิ่งที่มันควรจะเป็นหรือไม่ ถ้าใช่ทนทำต่อไป “คุณรวยแน่ ฟันธงครับ!!”

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล