posttoday
กำลังซื้อจีนกระทบ

กำลังซื้อจีนกระทบ

25 สิงหาคม 2558

โดย...DJ [email protected]

โดย...DJ [email protected]

กระแสการค้าในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีเจ้าของสินค้าหลายรายต่างเริ่มออกนอกประเทศ โดยหันไปให้ความสำคัญกับการทำตลาดหลักในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาวเมียนมา และเวียดนาม) รวมถึงในบางมณฑลของจีนแผ่นดินใหญ่และอินดีย เพื่อชดเชยกำลังซื้อหรือยอดขายในประเทศที่ซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด

ด้วยต่างมองเห็นว่ากลุ่มประเทศเหล่านี้ จะเป็นโอกาสทางการค้าสำคัญในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อเปิดการค้าเสรีอาเซียนในปลายปี 2558 นี้ ซึ่งหากมองดูในเบื้องต้นแล้วตลาดกลุ่มประเทศนี้ ก็ดูมีความเหมาะสมดีกับเอสเอ็มอีไทยจากต้นทุนทางธุรกิจที่ไม่สูงมากนัก โดยเฉพาะต้นทุนโลจิสติกส์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการส่งออกไปยังภูมิภาคอื่น

แต่จากความซบเซาของเศรษฐกิจโลกที่ฉุดกำลังซื้อทั่วโลกในแต่ละประเทศให้ร่วงหล่นตามไปอย่างเห็นได้ชัดในรอบปีที่ผ่านมานี้ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อการทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงจีน จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยภาพรวมเศรษฐกิจจีนที่มีความผันผวน โดยเฉพาะกำลังซื้อในประเทศจีนเองที่ลดลงไปพร้อมกับเงินหยวนที่อ่อนค่าในช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อน

เหตุการณ์นี้ถือว่าค่อนข้างส่งผลกระทบกับเอสเอ็มอีไทยพอสมควร ด้วยจากเดิมที่จีนเคยเป็นตลาดการค้าสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร ผลิตภัณฑ์แปรรูปสมุนไพร ฯลฯ รวมทั้งการทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ก่อนหน้าเคยให้การตอบรับดีสำหรับสินค้าไทย จากคุณภาพสินค้านำเรื่องราคาที่ผู้ซื้อในประเทศเพื่อนบ้านต่างพลิกมองหาตราสัญลักษณ์ “เมด อิน ไทยแลนด์” ทุกครั้ง แต่ในขณะนี้ความขลังของตราดังกล่าวได้เริ่มเสื่อมคลาย

โดยเจ้าของสินค้าในกลุ่มแฟชั่นเสื้อผ้าแบรนด์หนึ่งที่มีโอกาสไปออกบูธแสดงสินค้าในตลาดประเทศเพื่อนบ้านมาแล้วหลายครั้ง เล่าว่า พฤติกรรมการจับจ่ายซื้อสินค้าในกัมพูชาและเวียดนามเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ที่ขณะนี้จะหันไปสนใจสินค้าในกลุ่มประเภทเดียวกันแต่มีราคาถูกกว่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากจีน ทำให้เจ้าของสินค้าไทยต้องเร่งปรับแผนการทำตลาดเพื่อดึงกำลังซื้อกลับมา

ขณะเดียวกันหากจะนำสินค้าจากไทยเข้าไปทำตลาดประเภทเดียวกันในจีน ซึ่งก็ถือเป็นทั้งตลาดและแหล่งผลิตสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งในตอนนี้ก็เริ่มพบว่าผู้บริโภคชาวจีนต่างก็หันไปซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำกว่าเช่นเดียวกันจากผู้ผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว โดยแนวทางแก้ไขของรายย่อยในขณะนี้ คือ การทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น พร้อมปรับกลยุทธ์การทำตลาดเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง ผ่านตัวแทนขายที่สามารถตอบโจทย์การทำตลาดได้ถึงมือผู้บริโภคที่ชัดเจน หรือเป็นนิช-มาร์เก็ตมากขึ้น

ด้วยปัจจุบันต้องยอมรับว่าสินค้าไทยจะไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้อีกต่อไป จากจีนที่จะเป็นทั้งมหามิตรและคู่แข่งทางการค้าไปพร้อมกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท