
อุตฯเครื่องดื่มยันยังไม่ปรับขึ้นราคา
ผู้ประกอบการเครื่องดื่มปัดขึ้นราคา แต่ขอพิจารณาส่งเงินเข้ากองทุนใหม่หลังใช้หนี้หมดยันไม่ได้กักตุนน้ำตาล
ผู้ประกอบการเครื่องดื่มปัดขึ้นราคา แต่ขอพิจารณาส่งเงินเข้ากองทุนใหม่หลังใช้หนี้หมดยันไม่ได้กักตุนน้ำตาล
นายประจวบ ตยาคีพิสุทธิ์ รองประธานคณะกรรมการบริหารและโฆษกอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย เปิดเผยภายหลังการเข้าพบกับนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ว่า อุตสาหกรรมเครื่องดื่มยังไม่มีนโยบายที่จะขึ้นราคาสินค้า เนื่องจากต้องขายสินค้าให้ประชาชนจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมา 5 บาทต่อน้ำตาล 1 กิโลกรัม หรือคิดเป็น 3.5% ของต้นทุนการผลิตมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว ดังนั้นหากกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายใช้หนี้หมดแล้ว จึงควรพิจารณาถึงความเหมาะสมในการเก็บเงินเข้ากองทุนฯ อีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ ปริมาณการใช้น้ำตาลของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มอยู่ที่ประมาณ 4 แสนตันต่อปี โดยแต่ละปีจะมีอัตราการขยายตัวที่ระดับ 5-6% ซึ่งก็ไม่ถือว่าเพิ่มขึ้นมากผิดปกติจนไปแย่งการใช้น้ำตาลโควตา ก (น้ำตาลเพื่อบริโภคในประเทศ) และน้ำตาลส่วนใหญ่ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับโรงงานน้ำตาลไว้แล้ว จึงไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำตาล ขณะที่การกักตุนน้ำตาลของโรงงานนั้นคงไม่มีอย่างแน่นอน เพราะใช้น้ำตาลตามที่โรงงานจัดสรรคให้ตามแผนการใช้ที่ตกลงร่วมกัน
"จากตัวเลขย้อนหลังไม่เคยมีปีไหนที่ไทยมีการบริโภคน้ำตาลในประเทศเกิน 2 ล้านตัน แต่ปีนี้ขึ้นมาอยู่ 2.2 ล้านตัน เนื่องจากน้ำตาลในตลาดตึงตัว ซึ่งอาจเป็นผลมาจากกลไกการกระจายน้ำตาลไม่ทำงาน"นายประจวบ กล่าว
นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ เลขาธิการ สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย กล่าวว่า ได้เสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมดึงตัวแทนจากผู้ใช้น้ำตาลทรายเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.)หรือคณะกรรมการอื่นๆ เพื่อที่จะให้ข้อมูลการใช้น้ำตาลในภาคอุตสาหกรรมได้ชัดเจนเพื่อการวางแผนกำหนดน้ำตาลทรายบริโภคให้เพียงพอ และเหมาะสม
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนไปทำข้อมูลปริมาณการใช้น้ำตาลในช่วงครึ่งปีหลัง และแนวโน้มการใช้น้ำตาลสำหรับปีหน้า เพื่อที่หน่วยงานภาครัฐจะได้นำข้อมูลมากำหนดน้ำตาลโควตา ก ให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยขอให้ทำข้อมูลการใช้จริง ไม่ใช่การคาดการณ์ปริมาณการใช้น้ำตาล
สำหรับการจัดสรรน้ำตาลโควตา ก ในปีหน้า คงไม่ต่ำกว่า 23 ล้านตันอย่างแน่นอน เนื่องจากตัวเลขทางเศรษฐกิจดีขึ้น การที่จะกำหนดเท่ากับปีนี้ หรือน้อยกว่าเดิมคงทำได้ยาก
นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า ในวันที่ 13 ก.ค. คณะทำงานรับซื้อน้ำตาลทรายโควตา ค (น้ำตาลเพื่อส่งออก) จะเปิดรับข้อเสนอราคาและปริมาณน้ำตาลจากผู้ส่งออกน้ำตาลทราย(เทรดเดอร์) จำนวน 25 รายที่บริษัทอ้อยและน้ำตาลทรายไทย (อนท.) โดยหลักการจะยึดราคาที่เสนอที่ต่ำสุดทั้งนี้เพื่อนำน้ำตาลทรายดังกล่าวป้อนสู่ตลาดในประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะตึงตัว
“เราจะเปิดรับข้อเสนอช่วงเช้า ซึ่งทั้งปริมาณและราคาหากเห็นว่าข้อเสนอราคาแพงเกินไปอาจจะเปิดรับใหม่ ส่วนปริมาณจะครบ 1 ล้านกระสอบครั้งเดียว หรือไม่ก็คงจะตอบไม่ได้ต้องดูข้อเสนอราคาและปริมาณที่เหมาะสมด้วย”นายประเสริฐ กล่าว







