
ดัชนีอุตฯก.ค.ลดต่อเนื่องเดือนที่ 7
ส.อ.ท. เผย เศรษฐกิจชะลอฉุดดัชนีอุตสาหกรรม ก.ค. ลดต่อเนื่องเดือนที่ 7 แตะ 83.0 กระตุ้นรัฐเร่งเบิกจ่ายงบ หนุนเพิ่มศักยภาพ SMEs
ส.อ.ท. เผย เศรษฐกิจชะลอฉุดดัชนีอุตสาหกรรม ก.ค. ลดต่อเนื่องเดือนที่ 7 แตะ 83.0 กระตุ้นรัฐเร่งเบิกจ่ายงบ หนุนเพิ่มศักยภาพ SMEs
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย ในเดือนกรกฎาคม 2558 จำนวน 1,202 ราย ครอบคลุม 43 กลุ่มอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แยกเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อม อุตสาหกรรมขนาดกลาง และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนกรกฎาคม 2558 อยู่ที่ระดับ 83.0 ปรับตัวลดลงจากระดับ 84.0 ในเดือนมิถุนายน สำหรับค่าดัชนีฯที่ลดลงเกิดจากองค์ประกอบ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการและผลประกอบการ
ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ในเดือนกรกฎาคม 2558 ยังคงปรับตัวลดลง เป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน ปัจจัยเสี่ยงยังคงเป็นปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งการหดตัวของภาคการส่งออกในช่วงที่ผ่านมาจากความล่าช้าในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ ขณะที่ไทยยังไม่หลุดพ้นจากการถูกจัดชั้นปัญหาแรงงานและการค้ามนุษย์ให้อยู่ในระดับ Tier 3 แม้ว่ารัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าประมงของไทยในระยะยาว อีกทั้งหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ต่างปรับลดเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการส่งออกในช่วงครึ่งหลังปี 2558
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเห็นว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจในขณะนี้ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับกับภาวะเศรษฐกิจที่จะกลับมาขยายตัวในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นฯคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 101.2 เพิ่มขึ้นจากระดับ 99.0 ในเดือนมิถุนายน โดยค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้น เกิดจากองค์ประกอบ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการและผลประกอบการ
สำหรับข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐ ได้แก่ เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุน และเดินหน้าโครงการลงทุนภาครัฐ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงใช้มาตรการภาษีเพื่อจูงใจให้เกิดการบริโภคของภาคเอกชน อีกทั้งส่งเสริมผู้ประกอบการเอาเอ็มอีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเร่งเจรจาการค้ากับประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อขยายตลาดและลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน และจัดทำฐานข้อมูลการค้าการลงทุนของประเทศคู่ค้าใหม่ และประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย







