
ดึงเอกชนร่วมแก้เศรษฐกิจ
หลังเข้าปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีวันแรก ในวันที่ 24 ส.ค. 2558 สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการทำงาน
หลังเข้าปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีวันแรก ในวันที่ 24 ส.ค. 2558 สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการทำงาน ว่า ที่ตัดสินใจเข้ามาร่วมเป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะตั้งใจว่าจะเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะช่วยนายกรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะซบเซา ประชาชนมีความกังวลในสภาพเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก
“ผมอยากจะขอให้พวกเราเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจของไทย เชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาลและเชื่อมั่นในการนำของนายกรัฐมนตรี เพราะถ้าเราไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจจะซบเซาและยากที่จะพัฒนาต่อไปได้” สมคิด กล่าว
ทั้งนี้ หลังจากการเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อขอรับทราบนโยบาย นายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ช่วยสานต่อและติดตามในสิ่งที่ท่านได้สั่งการไปแล้ว หากมีสิ่งใดที่ต้องดำเนินการก็ได้ให้ตนปรึกษาหารือใน ครม.เศรษฐกิจ และนายกรัฐมนตรียินดีที่จะสนับสนุนการทำงานทุกประการ
สำหรับปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจก็ต้องมีการแก้ไข เนื่องจากที่ผ่านมาเราแข่งขันทางเศรษฐกิจได้ยากขึ้น เห็นได้จากสินค้าที่มีมูลค่าสินค้าส่งออกบางรายการลดลง จึงต้องมีการปฏิรูปเพื่อให้เกิดการแข่งขันในตลาดโลกให้ได้
ขณะที่ในด้านต่างประเทศจะหารือและประสานการทำงาน เพื่อให้ร่วมมือกันในการเจรจาการค้ากับประเทศต่างๆ เพื่อให้ได้ผลดีในเรื่องการส่งออก
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจัยภายในที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้มาจากราคาพืชผลการเกษตรที่ราคาตกต่ำ ทำให้กำลังซื้อของเกษตรกรอ่อนแอ และมีปัญหาในเรื่องของความเชื่อมั่นตามมา การลงทุนในประเทศจึงไม่ขยับเท่าที่ควร
เมื่อถามว่าการเข้ามารับตำแหน่งครั้งนี้มีความกดดันหรือไม่ เพราะภาคเอกชนมีความเชื่อมั่นและฝากความหวังในการทำงานกันมาก สมคิดตอบว่าไม่เคยมีความกดดัน สมัยปี 2540 เศรษฐกิจเคยเกิดวิกฤตหนักมาแล้ว ก็ตั้งใจว่าจะทำให้ดีที่สุด เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของทุกคน ทุกคนร่วมกัน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ จะเดินทางไปหารือกับภาคเอกชน เพื่อให้เขารู้ว่ามีหน้าที่อย่างไรในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประเทศ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะเดินไปได้เอกชนต้องเข้ามามีส่วนร่วม
ขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจเกิดกับประชาชนในระดับล่าง รากหญ้าลำบาก ถ้าปล่อยให้รากหญ้าลำบากในระยะเวลานาน ปัญหาจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจได้
ขณะที่ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเสนอ ครม. ภายใน 1 เดือนนี้ โดยจะใช้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือแบงก์รัฐ ในการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน เพื่อช่วยเหลือชาวนา คนที่มีรายได้น้อยในเมืองเป็นมาตรการที่ออกมาเติมช่องว่างช่วยพยุงเศรษฐกิจ เพื่อให้คนกลุ่มดังกล่าวมีรายได้เพียงพอที่จะดำรงชีพได้
“มาตรการต้องเร่งออกมาโดยเร็วเพื่อมาเติมช่องว่าง ที่จะออกมาช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ เป็นลักษณะซอฟต์โลน ไม่ได้เป็นการแจกเงิน จะขอความร่วมมือจากแบงก์รัฐ คลังจึงไม่ต้องเตรียมงบประมาณในส่วนนี้” อภิศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ จะเร่งเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ การลงทุนในโครงการต่างๆ และโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งการเร่งรัฐการเบิกจ่ายให้เร็วเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ และจะมีผลดีต่อรายใหญ่ และรายย่อยทั่วประเทศ
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารืออย่างไม่เป็นทางการของทีมเศรษฐกิจภายใต้การนำของรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ โดยกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะสั้นภายใน 3 เดือน จะต้องเรียกความเชื่อมั่นเศรษฐกิจภายในของไทยให้กลับมาฟื้นตัว เมื่อคนมีความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ซึ่งผลที่ตามมาคือจะทำให้ภาคธุรกิจขายของได้ดีขึ้นเช่นกัน
ขณะนี้ต้องเร่งแก้ปัญหาปากท้องก่อนเพื่อให้ประเทศแข็งแรงขึ้น โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการการทำงานในทุกภาคส่วนที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เช่น ภาคสินค้าเกษตรเชื่อมโยงกับการผลิตและการค้า ภาคการท่องเที่ยวจะต้องเชื่อมโยงกับภาคบริการมากขึ้น
นอกจากนี้ จะเร่งกระตุ้นภาคธุรกิจเอสเอ็มอีให้กลับมาฟื้นตัวและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมา พัฒนาภาคการผลิตและการส่งออก ต่อยอดเศรษฐกิจไทยให้ขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน







