
กุญแจปฏิรูปศก.
ตอนนี้ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปต่างก็ตั้งความหวังกับ ครม.ด้านเศรษฐกิจชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาเริ่มงาน บทความสัปดาห์นี้จึงอยากจะเกาะกระแสนี้ไปด้วย ซึ่งดิฉันเองในฐานะที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์และคลุกคลีอยู่กับการทำงานในภาค Real Sector จึงอยากจะขอแลกเปลี่ยนมุมมองในเรื่องของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยามนี้ค่ะ
ตอนนี้ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปต่างก็ตั้งความหวังกับ ครม.ด้านเศรษฐกิจชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาเริ่มงาน บทความสัปดาห์นี้จึงอยากจะเกาะกระแสนี้ไปด้วย ซึ่งดิฉันเองในฐานะที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์และคลุกคลีอยู่กับการทำงานในภาค Real Sector จึงอยากจะขอแลกเปลี่ยนมุมมองในเรื่องของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยามนี้ค่ะ
โดยทั่วไปเมื่อพูดถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจหลายคนอาจนึกถึงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจว่าเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโต แต่ความจริงแล้วสิ่งที่ผลักดันให้ภาคเศรษฐกิจเติบโตไปข้างหน้าได้ก็คือ Real Sector อันได้แก่ ผู้ประกอบการต่างๆ ที่ผลิตสินค้าและบริการออกสู่ตลาดและสร้างกิจกรรมเศรษฐกิจจนก่อเกิดรายได้เข้ามา ซึ่งทำหน้าที่ในฐานะ Growth Driver ตัวจริงของระบบเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน ยังมีอีกส่วนในระบบเศรษฐกิจที่มองข้ามไม่ได้นั่นคือ Accommodator หรือผู้สนับสนุนการเติบโต ซึ่ง Accommodator ดิฉันจะมองเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกก็คือ ภาคการเงินซึ่งมีทั้งสถาบันการเงินต่างๆ ตลาดเงิน ตลาดทุน ซึ่งทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในทางด้านธุรกรรมและเป็นแหล่งทุนที่ทำหน้าที่ระดมเงินออมจากที่ต่างๆ มาสนับสนุน กิจกรรมของฝั่ง Driver ด้วยค่ะ
แต่อีกส่วนที่สำคัญมากต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในฝั่งของ Accommodator ก็คือ ภาครัฐ ซึ่งมีทั้งธนาคารกลางหรือแบงก์ชาติที่ทำหน้าที่กำกับดูแลภาคการเงินอีกที และอีกฝั่งที่มีความใหญ่โตกว่าและเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในแง่ต่างๆ ก็คือ ภาคราชการ ซึ่งมีบทบาทต่อเศรษฐกิจใน 2 มิติ ก็คือ ด้านนโยบายและกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางและ “Rule of Game” ของระบบเศรษฐกิจประเทศว่าจะเป็นเช่นไร เช่น นโยบายภาษี นโยบายส่งเสริมการลงทุน กฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ การทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี เป็นต้น
ขณะที่อีกฝั่งของงานราชการที่สำคัญก็คือ บรรดางาน Routine ต่างๆ ที่ทำอยู่เป็นปกติ ซึ่งเป็นงานขั้นตอนทางราชการที่ผู้ประกอบการต้องเข้าไปติดต่ออยู่ทุกวัน การมีขั้นตอนที่ ซับซ้อน ใช้เวลาอนุมัตินาน และหลายชั้น ความยุ่งยากของงานเอกสาร ฯลฯ งานขั้นตอนทางราชการเหล่านี้แม้จะเป็นเรื่องระยะสั้นที่ทำอยู่ทุกวันแต่ก็มีส่วนสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจอยู่ไม่น้อย เพราะหากภาครัฐมีประสิทธิภาพของระบบงานที่มากขึ้นก็จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของภาคเอกชนให้ดีขึ้นไปด้วย
การกระตุ้นเศรษฐกิจแม้เป็นสิ่งจำเป็นในระยะสั้น แต่ว่าก็ไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะยาว การผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาวของประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะผลักดันการลงทุนขนาดใหญ่ในระบบโครงสร้างพื้นฐาน แต่หากรัฐซึ่งเป็นภาคส่วนที่ใหญ่โตและเป็นผู้กำหนด Rule of Game ในระบบเศรษฐกิจของประเทศยังไม่มีการปรับตัวก็ยากที่เราจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าได้ตามต้องการ
ดังนั้น การปฏิรูปภาครัฐจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้การปฏิรูปในด้านอื่นๆ เพื่อบรรลุเป้าการปฏิรูปเศรษฐกิจ การปฏิรูปภาครัฐนั้นไม่ได้ทำด้วยการลงทุนด้วยเงินมากๆ แต่ต้องเกิดจากการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและทัศนคติต่างๆ ในการทำงานและขับเคลื่อนนโยบาย การมีกฎระเบียบที่ทันสมัยไม่ยุ่งยากซับซ้อน มีความโปร่งใสในงานภาครัฐ มีนโยบายที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ซึ่งหากเราทำตรงนี้สำเร็จได้ ฟากของ Real Sector ก็จะสามารถใช้ศักยภาพที่มีอยู่ได้เต็มที่และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนค่ะ







