
‘คีรีมายา’เล็งโกอินเตอร์ แย้มสนลงทุนในญี่ปุ่น
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
กว่า 10 ปีแล้วที่แบรนด์ “คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา” บนพื้นที่รวมประมาณ 1,200 ไร่ อยู่ในตลาดรีสอร์ทระดับ 5 ดาวย่านเขาใหญ่ และนับได้ว่าเป็นผู้ประกอบการรายแรกๆ ที่กล้ากระโดดลงมาเปิดตลาดรีสอร์ทหรูที่เขาใหญ่ เพราะก่อนหน้าที่คีรีมายาจะเปิดให้บริการ สถานที่พักส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ทระดับกลาง-ล่าง เจาะตลาดนักท่องเที่ยวคนไทย ราคาเริ่มต้นไม่ถึงคืนละ 1,000 บาท สูงสุดในเวลานั้นไม่เกิน 2,000-2,500 บาท/คืน
แต่คีรีมายาเปิดให้บริการในอัตราเข้าพัก ณ เวลานั้นสูงถึงคืนละ 6,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราค่าบริการที่นอกจากจะต้องเจาะกลุ่มคนไทยกำลังซื้อสูงแล้ว ยังต้องเปิดตลาดลูกค้าต่างชาติด้วย ซึ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้วตลาดเขาใหญ่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 1% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดในแต่ละปีเท่านั้น เรียกว่าเป็นโจทย์ยากที่ท้าทายฝีมือของทีมงานทั้งหมดของ “คีรีมายา”
กิตติ ธนากิจอำนวย ประธานที่ปรึกษา บริษัท คีรีมายา กล่าวว่า หลังจากที่ประมูลซื้อที่ดินแปลงนี้จากเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2545 เวลานั้นคิดว่าเขาใหญ่คือสิ่งที่คนไทยลืม และทั้งโลกไม่รู้จัก โจทย์ที่ตั้งไว้คือจะตั้งใจทำให้สิ่งที่คนไทยลืม สิ่งที่ต่างชาติไม่รู้จัก กลับมา ยิ่งใหญ่ให้ได้ โดยตอนนั้นพื้นที่บริเวณนี้ไม่มีอะไรเลย เหมือนยืนอยู่กลางป่า ต้องบุกเบิกใหม่ทั้งหมด
“เวลานั้นชวนเพื่อนที่สนิท มาร่วมดู ทุกคนก็พูดว่า ถ้าคุณกิตติกล้าทำ ผมกล้าซื้อ ตอนนั้นรู้สึกว่ามีคนให้กำลังใจเยอะ ทำให้มีความเชื่อมั่นมากขึ้น เริ่มไปดึงคนมาช่วย ทั้งคุณอานุภาพ อ่อนสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีไซน์ เพรคทิช มาช่วยดูเรื่องการออกแบบ มีทีมก่อสร้างที่มีคุณอรัฐ เศวตะทัต ช่วยดูแล พอถึงภาคบริการ ก็ไปถึงคุณประกาศ ตันติประเสริฐสุข ซึ่งเคยเป็นจีเอ็มเชนโรงแรมอินเตอร์ที่มาเปิดให้บริการในไทย มานั่งเป็นผู้จัดการทั่วไปกลุ่มโรงแรมคีรีมายา” กิตติ กล่าว
ผู้ปลุกปั้นแบรนด์คีรีมายา ยังกล่าวอีกว่า ตอนที่เปิดให้บริการ ครั้งแรกในปี 2547 เรียกว่าท้าทายมากขึ้นไปอีก เพราะเป็นปีที่ประเทศ ไทยเจอกับสึนามิ ยอมรับเลยว่า 3 ปีแรกของการเปิด เหนื่อยแทบเลือดตากระเด็น แต่คนก็เริ่มรู้จักคีรีมายา คนเริ่มพูดถึงเขาใหญ่ และอยากไปสัมผัส หลังจากนั้น 3 ปีถัดมา ก็เปิดตัววิลล่าหรูราคาประมาณ 50-60 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “มุติ มายา” จำนวน 25 หลัง ทุกวิลล่ามีความเป็นส่วนตัวและสวยงาม สนามกอล์ฟถูกออกแบบโดย แจ็ค นิคลอส โปรกอล์ฟระดับตำนาน เติมเต็มด้วยบริการต่างๆ ทั้งสปาและร้านอาหาร
โจทย์วันแรกที่จะทำให้โลกรู้จักเขาใหญ่ รู้จักคีรีมายา เริ่มเห็นหนทางที่เป็นไปได้ จากการทำการตลาดอย่างหนักของทีมงานคีรีมายา จนผ่านมา 10 ปี เรียกว่าโลกยอมรับคีรีมายา ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในเขาใหญ่เพิ่มขึ้นจาก 1% กลายเป็น 35% ในปัจจุบัน ส่วนงบประมาณการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในที่พักระดับ 4-5 ดาว เพิ่มขึ้นจาก 207 ล้านบาทในปี 2547 เป็น 1,291 ล้านบาทในปี 2557 เติบโตมาก ส่วนราคาที่ดินปรับขึ้นสูงมาก จากปี 2545 ที่คีรีมายาซื้อที่ดินแปลงนี้มาในราคาเฉลี่ยไร่ละ 5 แสนบาท ปัจจุบันปี 2558 ที่ดินบริเวณ ใกล้เคียงเสนอขายสูงถึงไร่ละ 5 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา ทั้งเขาใหญ่เองและ คีรีมายาก็มีวิกฤตที่ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งน้ำท่วม และล่าสุดปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ ที่แม้ว่าปัจจุบันจะได้รับการตรวจสอบว่า คีรีมายามีเอกสารสิทธิถูกต้อง แต่ภาพรวมของเขาใหญ่ก็ยังมีวิกฤต ที่ต้องฝ่าอีกเยอะ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเอกสารสิทธิเท่านั้น แต่ยังมีภาวะขาดแคลนน้ำที่ก็จะเป็นอีกปัญหาใหญ่ที่ภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐต้องทำงานร่วมกัน
กิตติ กล่าวว่า นอกจากส่วนที่เป็นรีสอร์ทที่คีรีมายาลงทุนเอง ยังมีโครงการเพื่อขายที่นำมาเข้าร่วมโปรแกรมให้คีรีมายาดูแลเรื่องการปล่อยเช่าให้ด้วย โดยล่าสุด มีโครงการเดอะ อัตรา คอนโด ที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จ จำนวน 243 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,980 ล้านบาท รูปแบบห้องชุด 1-2 ห้องนอน และเพนต์เฮาส์ ราคาเริ่มต้น 7 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 75% รับประกันอัตราผลตอบแทนอย่างน้อย 4%
ทั้งนี้ ปัจจุบันภาพรวมคีรีมายา มีห้องพักที่พร้อมบริการรวมทั้งหมดประมาณ 400 ห้อง อัตราเข้าพักเฉลี่ยทั้งปี 60% ค่าเข้าพักห้องธรรมดา 8,000-9,000 บาท/คน ส่วนเพนต์เฮาส์และบ้านวิลล่า ประมาณ 3 หมื่นบาท/คืน กลุ่ม ผู้เข้าพักคนไทย 65% และต่างชาติ 35% ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่นเกินครึ่ง รองลงมาเป็นแคนาดา สวิตเซอร์แลนด์
ด้วยแบรนด์คีรีมายาที่แข็งแกร่ง กิตติ กล่าวว่า พร้อมที่จะนำแบรนด์คีรีมายาออกไปเปิดตลาดต่างประเทศแล้ว โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ และต้องประเมินภาพรวมเศรษฐกิจโลกอย่างรอบด้าน เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะ
ขณะที่ อรัฐ เศวตะทัต กรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาโครงการ บริษัท คีรีมายา แย้มว่า ทำเลที่คีรีมายาจะไปเปิดเป็นแห่งที่ 2 จะต้องน่าสนใจ มีเรื่องราว และต้องแตกต่าง พร้อมกับมองว่าจะลงทุนเอง ไม่ได้แค่นำเชนโรงแรมไปบริหาร ซึ่งปัจจุบันสนใจตลาดญี่ปุ่นเป็นอันดับต้นๆ เพราะแบรนด์คีรีมายาในญี่่ปุ่นได้รับการตอบรับที่ดีมาก







