
ท่าอากาศยานไทย-สายการบิน กระทบน้อยระเบิดราชประสงค์
โดย...ทีมข่าวตลาดทุน-หุ้นโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวตลาดทุน-หุ้นโพสต์ทูเดย์
ผลระเบิดเมื่อค่ำวันที่ 17 ส.ค. 2558 แม้ว่าจะทำให้แรงขายของนักลงทุนต่างชาติทิ้งหุ้นไทยไปถึงเกือบ 1.9 หมื่นล้านบาท แต่กลับฉุดผลงานของบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) เพียงเล็กน้อย
4 วันทำการภายหลังเกิดเหตุระเบิดราชประสงค์ ย่านแหล่งท่องเที่ยวพระพรหมเอราวัณที่รวมนักท่องเที่ยวชาวเอเชียโดยเฉพาะชาวจีน ได้ฉุดหุ้น AOT ลง 8% จากราคาปิดเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ 287 บาท เหลือ 265 บาท เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. 2558 ฉุดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป หุ้นนี้ลง 31,416 ล้านบาท เหลือมาร์เก็ตแคปเพียง 378,420 ล้านบาท
ประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการ AOT ประเมินว่า หลังเหตุการณ์ระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรถึงปัจจุบันกระทบต่อจำนวนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ หรือชาร์เตอร์ไฟลต์ รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยลดลงบ้างเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นปกติที่ทุกครั้งที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว
ขณะที่จำนวนเที่ยวบินของสายการบินทั่วไป ปัจจุบันตารางเที่ยวบินยังเป็นปกติไม่มีการยกเลิกเที่ยวบิน ทั้งนี้หากจะประเมินภาพผลกระทบต่อทั้งจำนวนยอดผู้โดยสารและเป้าหมายรายได้ของบริษัทในปี 2558 จะต้องใช้เวลาติดตามและประเมินผลกระทบหลังเกิดเหตุการณ์ไม่น้อยกว่า 15 วันขึ้นไป จึงจะเห็นผลกระทบอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ดี ในปีนี้ยังมั่นใจว่ายอดจำนวนผู้โดยสารรวมจะยังเป็นไปตามเป้าหมายที่ไว้ที่ 50 ล้านคน เนื่องจากมีความเชื่อมั่นหากเหตุการณ์สงบไม่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้นเช่นทุกครั้งในอดีต
“เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นจะกระทบแค่ระยะสั้น เพราะเท่าที่คุยกับต่างชาติหลังเหตุระเบิดล่าสุด ถามว่าเขาจะกล้าลงทุนในไทยต่อหรือไม่ เขาตอบยืนยันว่าจะลงทุนในไทยต่อไปเพราะมั่นใจในหลวงของเรา และเชื่อว่าไทยจะเป็นประเทศที่มีความสงบต่อไป” ประสงค์ กล่าว
นิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า แนวโน้มตัวเลขจำนวนผู้โดยสารยังไม่มีความชัดเจน ส่วนหนึ่งคาดว่าอยู่ในช่วงที่พี่น้องชาวมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ส่งผลให้ขณะนี้ยังยากที่จะมองแนวโน้ม ยังต้องรอประเมินในสถานการณ์อีกประมาณ 15-20 วัน
พาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ หรือ NOK เชื่อว่าจะส่งผลกระทบเพียงระยะสั้นต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย หากไม่มีเหตุการณ์ระเบิดซ้ำขึ้นมาอีก โดยปัจจุบันผู้โดยสารชาวจีนของ NOK ก็ยังเดินทางมาเต็มเหมือนเดิม โดยเที่ยวบินหนานหนิงและเหอเฟย์ ก็ยังมีอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสารเต็ม 100% และมียอดจองเต็มไปตลอดไตรมาส 3 นี้
สำหรับผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าบริษัทยังรับรู้ผลขาดทุนของบริษัท สายการบินนกสกู๊ต (NOK ถือหุ้น 51%) ต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกที่ NOK ขาดทุน 458 ล้านบาท ที่สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ผลขาดทุนในบริษัท สายการบินนกสกู๊ต ทำให้ทั้งปี 2558 NOK ยังเผชิญผลขาดทุนแม้ว่าสายการบินนกแอร์จะมีผลประกอบการดีขึ้นในปีนี้ เทียบกับปี 2557 ที่ NOK มีผลขาดทุน 471.6 ล้านบาท
สายการบินนกสกู๊ตมีผลขาดทุนเพราะไม่สามารถนำเครื่องบินที่มีอยู่เป็นโบอิ้ง 777-200 จำนวน 3 ลำ มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ติดธงแดงประเทศไทยบนเว็บไซต์ของ ICAO ซึ่งกรมการบินพลเรือน (บพ.) อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย จึงทำให้สายการบินนกสกู๊ตไม่สามารถทำการบินได้ตามแผนที่จะบินในญี่ปุ่นและเกาหลี โดยขณะนี้บินไปที่เมืองหนานจิงของจีน เป็นเที่ยวบินประจำ และกำลังดำเนินการขอทำการบินไปไต้หวันอยู่ รวมทั้งมีการให้บริการเช่าเหมาลำไปญี่ปุ่น
ทั้งนี้ ผลประกอบการในไตรมาส 3/2558 คาดว่าจะไม่ได้ดีมาก เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว ความต้องการเดินทางหรือการบริโภคในประเทศไม่ดี เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยชะลอตัว ทำให้เกิดการแข่งขันสูง ส่งผลให้ผลตอบแทนต่อผู้โดยสารลดลง แต่ในไตรมาส 4/2558 คาดว่าผลประกอบการออกมาดีขึ้น เพราะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นแล้ว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NOK คาดว่าทั้งปี 2558 อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin factor) เฉลี่ยที่ 80% ต่ำกว่าปีก่อนที่มี Cabin factor ที่ 81.3% ขณะที่รายได้มั่นใจว่าจะได้ตามเป้าหมายที่คาดว่าจะเติบโต 12% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1.2 หมื่นล้านบาท ตามจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าเติบโต 12% จากปีก่อนที่มีจำนวนผู้โดยสาร 7.62 ล้านคน เนื่องจากในปีนี้ NOK รับมอบเครื่องบินใหม่เพิ่มเข้ามา 4 ลำ คือ เครื่องบินไอพ่น โบอิ้ง 737-800 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินใบพัด บอมมาดิเอร์ Q400 NextGen จำนวน 2 ลำ ทำให้มีจำนวนที่นั่งโดยสารเพิ่มขึ้น 12%
นอกจากนี้ ในไตรมาส 4 นี้ บริษัทจะเปิดจุดบินใหม่ โดยวันที่ 1 ต.ค.นี้ จะบินไปเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และในเดือน พ.ย. คาดว่าจะเปิดจุดบินใหม่ในจีนอีก 1 จุดบิน
ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2558 NOK มีเครื่องบินจำนวน 24 ลำ แบ่งเป็นเครื่องบินไอพ่น โบอิ้ง 737-800 จำนวน 18 ลำ เครื่องบินใบพัด ATR 72-500 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินใบพัด บอมมาดิเอร์ Q400 NextGen จำนวน 4 ลำ







