
ตลท.ปลื้มงานตลาดนัดกองทุนทำยอดธุรกรรมพุ่ง972ล้าน
งาน “ตลาดนัดกองทุนรวม” ได้รับความสนใจเกินคาด ยอดธุรกรรมรวม 4 วัน ร่วม 3,000 รายการ มูลค่าเงินลงทุน 972 ล้านบาท
งาน “ตลาดนัดกองทุนรวม” ได้รับความสนใจเกินคาด ยอดธุรกรรมรวม 4 วัน ร่วม 3,000 รายการ มูลค่าเงินลงทุน 972 ล้านบาท
นางเกศรา มัญชุศรี ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการจัดงานตลาดนัดกองทุนรวม: Mutual Fund Fair @ Siam Paragon วันที่ 8-11 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนและประชาชนที่มาหาข้อมูลการลงทุนและทำธุรกรรมในงานเกินคาด โดยตลอด 4 วัน มีผู้สนใจเข้าชมงานกว่า 7,000 คน มียอดธุรกรรมในงานร่วม 3,000 รายการ และมีมูลค่าเงินลงทุนในกองทุนรวม 972 ล้านบาท โดยปี 2552 มีมูลค่าเงินลงทุน 505 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากประชาชนหันมาให้ความสนใจมองหาทางเลือกของการบริหารเงินออมผ่านกองทุนรวมกันมากขึ้นประกอบกับมีกองทุนเปิดใหม่เปิดจองในช่วงดังกล่าวหลายกองทุนซึ่งทำให้ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนเป็นอย่างมาก
จากยอดธุรกรรมในงานปรากฎว่าผู้ลงทุนให้ความสนใจลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (Foreign Investment Fund : FIF) มากเป็นอันดับ 1 มียอดธุรกรรม 656 รายการ มูลค่าการลงทุน 336.24 ล้านบาท รองลงมาเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ (Fixed Income Fund: FIX) มียอดธุรกรรม 632 รายการ มูลค่าการลงทุน 304.63 ล้านบาท อันดับ 3 คือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund: LTF) มียอดธุรกรรม 502 รายการ มูลค่าการลงทุน 33.38 ล้านบาท และอันดับ 4 คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund: RMF) มียอดธุรกรรม 435 รายการ มูลค่าการลงทุน 32.53 ล้านบาท และลงทุนในกองทุนอื่นๆ รวม 772 รายการ มูลค่าการลงทุน 265.52 ล้านบาท
“การจัดงานตลาดนัดกองทุนรวม: Mutual Fund Fair @ Siam Paragon ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 6 และได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดี โดยมีจำนวนยอดธุรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยจากการประเมินผลการจัดงานในครั้งนี้ พบว่าผู้ลงทุนให้ความสนใจนโยบายการลงทุนเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนในระยะยาวเชิงคุณภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด งานตลาดนัดกองทุนรวมนับเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดขึ้นเพื่อสร้างวัฒนธรรมการลงทุนผ่านการออมอย่างกว้างขวาง และเป็นการสร้างผู้ลงทุนคุณภาพที่จะส่งผลต่อการพัฒนาตลาดทุนไทยให้เข้มแข็งต่อไป”นางเกศรากล่าว







