
อย่าให้ 4จี เสียของ
หลักการ “คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ”
หลักการ “คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ” ปรากฏเป็นครั้งแรกในมาตรา 40 (2) ของรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งต่างจากหลักการเดิมที่ว่า “คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของรัฐ เพื่อประโยชน์ของรัฐ ทำให้เกิดองค์กรอิสระมาทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่แทนหน่วยงานรัฐ จึงเป็นที่มาของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ดังนั้น นโยบายของรัฐหลังปี 2540 จึงให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานความรู้ ระบบเศรษฐกิจใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนความรู้และคุณภาพของคน อินเทอร์เน็ต ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้ และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประชาชน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาในอดีตที่ผ่านมาคืออัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของไทยยังต่ำ เนื่องจากโครงสร้างของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทางสายกระจุกตัวแต่ในเมืองใหญ่ อินเทอร์เน็ตไร้สายจึงเป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง
การประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz หรือ 3จี ในปี 2555 จึงเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
อย่างไรก็ตาม บทเรียนหลังการประมูล 3จี ยังพบว่าคุณภาพความเร็วการให้บริการไม่ได้ดีจริงตามที่คาดหวัง เพราะแม้ กสทช.กำหนดมาตรฐานความเร็วขั้นต่ำไว้ที่ 354 Kbps แต่ในการใช้งานจริงกลับไม่ถึงข้อกำหนดในแทบทุกราย
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องค่าบริการ ที่แม้ต้นทุนของผู้ประกอบการจะต่ำกว่าระบบสัมปทาน แต่ต้นทุนที่ลดลงของผู้ประกอบการกลับไม่ได้ถูกส่งผ่านไปยังผู้ใช้บริการแม้แต่น้อย อัตราค่าบริการในตลาดยังอยู่ในระดับเท่าเดิม แต่กลับอ้างว่าได้คุณภาพความเร็วที่สูงขึ้น กลายเป็นเรื่องตลกร้ายที่ล้อเลียนกันว่า ผู้บริโภคได้ใช้ 2จี ในราคา 3จี ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นคำถามถึงการทำงานของหน่วยงานกำกับดูแล คือ กสทช. ว่าได้ทำหน้าที่ดูแลผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน
การจัดประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz เพื่อให้บริการ 4จี ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย. นี้ กสทช.จึงควรนำบทเรียนจาก 3จี มาเพิ่มความเข้มข้นในการกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่และคุ้มครองให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง และต้องกำกับดูแลให้คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยแท้จริง ต้องกำหนดให้ชัดเจนในใบอนุญาตว่า 4 จี ต้องมีราคาขั้นสูงเท่าใด มีความเร็วเท่าใด และกำกับดูแลให้เป็นไปตามนั้นจริงๆ อย่าให้ได้ใช้ 3จี ในราคา 4จี เกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด
ขณะเดียวกันก็ต้องกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการต้องลงทุนวางระบบ 4จี ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ มิใช่กำหนดเงื่อนไขให้ความครอบคลุมเพียง 50% ของจำนวนประชากรใน 8 ปี เพราะนั่นเท่ากับว่าประชาชนอีก 50% หรือกว่า 33 ล้านคน จะเข้าไม่ถึงบริการนี้แน่นอน







