
การันตีรถไฟฟ้าสร้างตามแผนทุกเส้นทาง
รฟม.มั่นใจรถไฟฟ้าทุกสายเดินหน้าตามแผน ส่วนสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ได้ส่งแนวก่อสร้างให้กทม.แล้ว คาดได้ข้อสรุปแนวทางเพื่อลดปัญหาจราจรภายใน 2 เดือน หลังกทม.เสียงแตก
รฟม.มั่นใจรถไฟฟ้าทุกสายเดินหน้าตามแผน ส่วนสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ได้ส่งแนวก่อสร้างให้กทม.แล้ว คาดได้ข้อสรุปแนวทางเพื่อลดปัญหาจราจรภายใน 2 เดือน หลังกทม.เสียงแตก
นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้การดำเนินโครงการรถไฟฟ้าในเส้นทางต่างๆของ รฟม.มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ การก่อสร้างงานโยธาเสร็จ 100% ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการงานระบบรถไฟฟ้าคืบหน้าแล้วประมาณ 72% โดยขบวนรถไฟฟ้าจะเริ่มทยอยส่งมอบได้ในเดือนก.ย.2558-ม.ค.2559 จากนั้นจะใช้เวลาทดสอบระบบประมาณ 4 เดือน หรือประมาณเดือนพ.ค. 2559 จะเปิดทดลองเดินรถได้
จากนั้นจะเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการในเดือนส.ค.2559 แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรัดให้เดินรถได้ก่อนกำหนดตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการเร็วขึ้น
นายพีระยุทธ กล่าวว่า การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ การก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 61% จะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2559 หรือไม่เกินต้นปี 2560 ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับกรุงเทพมหานคร(กทม.)เพื่อรับมอบโอนรถไฟฟ้าเส้นทางนี้ไปให้บริการต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอส เบื้องต้นอาจจจะต้องร่างเป็นบันทึกเพื่อทำการตกลงร่วมกันก่อน เนื่องจากทาง กทม.จะต้องคืนค่าก่อสร้างทั้งหมดให้กับ รฟม.ด้วย
นอกจากนี้ การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ทางผู้รับเหมาได้ทยอยนำอุปกรณ์ และแผงกั้นต่างๆลงไปในพื้นที่ตั้งแต่เดือนมิ.ย.แล้ว ส่วนปัญหาการก่อสร้างบริเวณแยกรัชโยธิน ซึ่งเป็นจุดระหว่างถนนพหลโยธินกับถนนรัชดาภิเษกนั้น รฟม.ได้ทำหนังสือสอบถามไปยัง กทม.เพื่อพิจารณาแนวทางการก่อสร้างที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจรไปตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน ซึ่งหากเป็นไปตามแผน ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
แหล่งข่าวจาก รฟม. กล่าวว่า บริเวณแยกรัชโยธินที่ออกแบบไว้เดิมนั้น จะมีการรื้อสะพานข้ามแยกรัชโยธิน(ศาลอาญา-ธนาคารไทยพาณิชย์) )เพื่อก่อสร้างเป็นอุโมงค์ทางลอดแทน ซึ่งแนวทางนี้มีการหารือร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมทั้ง กทม.ด้วย และเห็นตรงกันว่าเป็นแนวทางที่จะแก้ปัญหาการจราจรบริเวณแยกดังกล่าวในระยะยาวได้ดีที่สุด แต่มีความกังวลมากเรื่องปัญหาในช่วงระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ปี ทำให้ กทม.ใช้เป็นเหตุขอให้ รฟม. ปรับแบบใหม่ จนกระทั่งบอร์ด รฟม. เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ปรับแบบใหม่โดยไม่รื้อสะพานข้ามแยกรัชโยธิน แต่จะยกระดับโครงสร้างของรถไฟฟ้าและสะพานข้ามแยกให้สูงขึ้นเหนือสะพานข้ามแยกเดิมแทน
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด กทม.จะให้กลับไปดำเนินการตามแบบเดิมคือทำอุโมงค์ทางลอดแทน เพราะเห็นว่าสามารถบริหารจัดการจราจรในช่วงระหว่างการก่อสร้างได้
แหล่งข่าวจาก รฟม. กล่าวว่า ปัญหาเรื่องนี้เป็นความเห็นภายใน กทม.ที่เห็นไม่ตรงกัน มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยให้ก่อสร้างตามแบบเดิม กับฝ่ายที่ต้องการให้ใช้แบบตามที่ปรับใหม่ ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มว่าจะให้ทำตามแบบเดิม ซึ่งตอนนี้ต้องรอผลอย่างเป็นทางการจาก กทม.เท่านั้น ส่วนการก่อสร้างตาแบบเดิมจะเดินหน้าได้รวดเร็วที่สุด
ทั้งนี้ หากมีการปรับแบบก่อสร้างโดยยกระดับโครงสร้างรถไฟฟ้าเหนือสะพานข้ามแยกเดิม ต้องเสียเวลาศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)ใหม่อีก และหากการดำเนินการไม่เป็นไปตามแผนอาจถูกฟ้องร้องจากเอกชนผู้รับเหมาได้อีก
ด้านนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานก่อสร้าง 2 ของ รฟม. กล่าวว่า การบริหารจัดการจราจรในช่วงระหว่างการก่อสร้างนั้น รฟม.มีประสบการณ์ในหลายพื้นที่ที่คาดว่าจะวิกฤติมาก เช่นบริเวณย่านเยาวราช ก็สามารถดำเนินการได้ดี ดังนั้นบริเวณแยกรัชโยธินหากจะมีการรื้อสะพานเดิมนั้น จะวิกฤติหนักมากที่สุดช่วง 6 เดือนแรกเท่านั้น เพราะจะเวลา 2 เดือนในการรื้อสะพานข้ามแยก 2 และใช้เวลาอีก 4 เดือน ในการวางโครงสร้างหลักของอุโมงค์ หลังจากนั้นจะสามารถคืนพื้นผิวจราจรให้ได้ประมาณ 70 % ส่วนที่เหลืออีก 30 % จะกันพื้นที่เพื่อบริหารการก่อสร้างในช่วงดังกล่าว ซึ่งจะใช่เวลารวมทั้งสิ้น 3 ปีจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้อุโมงค์ทางลอดได้
“ หลังจากทุบสะพานข้ามแยกรัชโยธินและมีการคืนพื้นที่ส่วนใหญ่มาแล้วนั้น จะมีการปรับการบริหารจัดการจราจรช่วงแยกดังกล่าวโดยใช้สัญญาณไฟจราจรบนพื้นราบทั้ง 4 แยกแทน อาจทำให้รถแต่ละด้านต้องรอติดสัญญาณไฟจราจรรเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาวิกฤติจราจรอย่างที่หลายฝ่ายกลัวกัน “ นายสุรเชษฐ์กล่าว
นายพีระยุทธ กล่าวว่า สำหรับส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าใต้ดิน จากสถานีบางซื่อ-สถานีเตาปูน ระยะทาง 1 กิโลเมตร รวม 1 สถานีนั้น การเจรจากับบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือบีเอ็มซีแอล ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินปัจจุบันได้ข้อยุติแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาร่างสัญญาร่วมกัน เมื่อแล้วเสร็จจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาต่อไป
ส่วนการคัดเลือกเอกชนเข้ามาจัดหาขบวนรถไฟฟ้าและเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระและหัวลำโพง-บางแคนั้น ทางบอร์ด รฟม. ยืนยันที่จะใช้วิธีการเจรจากับเอกชนรายเดิมคือบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ(บีเอ็มซีแอล) เป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด แต่คงจะต้องมีการหารือกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คนใหม่ก่อนที่จะเสนอเรื่องเพื่อขออนุมัติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอทบทวนมติ ครม.เดิมเมื่อปี 2553 ที่เห็นชอบให้ใช้วิธีการจ้างเอกชนเดินรถและซ่อมบำรุง (พีพีพีกรอสคอสต์) เปลี่ยนมาเป็นการให้เอกชนเข้ามาลงทุนและจัดเก็บรายได้แทน (พีพีพีเน็ตคอสต์)
นายพีระยุทธ กล่าวว่า ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี(สุวินทวงศ์) สายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าง-สำโรงนั้น ได้เสนอกระทรวงคมนาคมนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.แล้ว หาก ครม.อนุมัติจะสามารถเปิดประกวดราคาสายสีส้ม และสายสีม่วงได้ประมาณปลายปี 2559 ขณะที่สายสีเหลือง และสายสีชมพู จะช้ากว่าเพราะต้องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของพ.ร.บ.ร่วมทุน ปี 2556







