
ความผันผวน กับการเทรดออปชั่น
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ในยามที่เหตุการณ์บ้านเมืองอยู่ในสภาวะไม่ปกติ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทำให้ผู้ลงทุนต่างเป็นกังวลใจและไม่แน่ใจในทิศทางในอนาคต ซึ่งในภาวะเช่นนี้เราจึงมักจะเห็นการเทขายหุ้น และการชะลอซื้อหุ้นของผู้ลงทุนจนกว่าสภาวะต่างๆ จะเริ่มเห็นทิศทางชัดเจน ออปชั่นถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงของตลาดหุ้นยามตลาดผันผวน ในวันนี้เราจะมาพูดถึงความสัมพันธ์ของความผันผวนของตลาดกับการเทรดออปชั่นให้ท่านที่อาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยได้ทราบในรายละเอียด
เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในวันเดียวถึง -3% ซึ่งในวันเดียวกันนี้ จะพบว่าปริมาณการซื้อขายออปชั่นใน TFEX สูงถึง 6,889 สัญญา มากเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เปิดซื้อขาย SET50 Index Options มาเมื่อปี 2550 และหากดูที่สัดส่วนการซื้อขาย จะพบว่าออปชั่นที่ผู้ลงทุนสนใจซื้อขายมากคือ พุตออปชั่น ที่มีการซื้อขาย 4,322 สัญญา เนื่องจากพุตออปชั่นเป็น “คูปองตลาดขาลง” กล่าวคือ หากตลาดปรับตัวลดลง พุตออปชั่นจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้น พุตออปชั่นจึงเป็นเครื่องมือที่ดีมากในการจัดการพอร์ตหุ้นในยามหุ้นเป็นขาลง
ยิ่งตลาดผันผวน ราคายิ่งสูงขึ้น
นอกจากทิศทางการปรับตัวที่สวนกับตลาดแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อราคาพุตออปชั่น คือ ความผันผวน(Volatility) กล่าวคือ หากตลาดหุ้นมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรุนแรงในอนาคต หรือที่เราเรียกว่า ผันผวนมาก ราคาพุตออปชั่นก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะออปชั่นเป็นสิทธิที่ผู้ซื้อได้จากผู้ขาย คล้ายๆ กับคูปอง หากใช้คูปองแล้วคุ้มค่า ผู้ซื้อก็จะใช้คูปอง แต่หากใช้แล้วไม่คุ้มค่าก็แค่ทิ้งคูปองนั้นไปดังนั้น หากตลาดแกว่งมากผู้ซื้อก็มีโอกาสจะใช้คูปองแล้วคุ้มค่ามากขึ้น ราคาคูปองที่ซื้อขายจึงสูงขึ้น วันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา เราจึงเห็นราคาพุตออปชั่น S50U15P900 ที่อยู่ที่ 16.5 จุดในวันก่อนหน้า ปรับเพิ่มมาเป็น 26.5 จุด ในวันที่ 18 ส.ค.
ซื้อประกันให้พอร์ตหุ้น
เวลาที่ผู้ลงทุนซื้อพุตออปชั่น ผู้ลงทุนจะจ่ายเงินค่าซื้อ ที่เรียกว่า ค่าพรีเมียม (Premium) เพื่อแลกกับคูปองที่จะได้มา อย่างเช่นตัวอย่างข้างต้น ผู้ลงทุนจ่ายเงิน 26.5 จุด เพื่อได้คูปองที่ให้สิทธิขายดัชนี SET50 ที่ 900 จุด ซึ่งเปรียบเสมือนการ “ทำประกันให้พอร์ตหุ้น” หากผู้ลงทุนถือสัญญาออปชั่นไปจนครบกำหนด ก็จะเท่ากับประกันว่ามูลค่าพอร์ตหุ้นจะไม่ต่ำกว่า 900 จุด เพราะทุกๆ จุดที่ดัชนี SET50
ต่ำกว่า 900 จุด ผู้ลงทุนก็จะได้เงินชดเชยจากผู้ที่ขายออปชั่นให้ โดยดัชนี SET50 1 จุด จะมีค่าเท่ากับเงิน 200 บาท เช่น หากสัญญาครบกำหนดและดัชนีอยู่ที่ 850 จุด ผู้ซื้อพุตออปชั่นจะได้เงินจากการใช้สิทธิ (900-850) x 200 = 10,000 บาท
ขายประกันทิ้งได้ หากไม่ต้องการ
สิ่งที่ต่างจากประกันทั่วๆ ไป คือ พุตออปชั่น เป็นสัญญาที่มีการซื้อขายกันในตลาด การซื้อแล้วขายทิ้งจึงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้โดยสะดวก ยกตัวอย่างเช่น หากต่อมาสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายแล้ว ตลาดหุ้นดีดตัวขึ้น ผู้ลงทุนไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องประกันมูลค่าพอร์ตลงทุนที่ 900 จุดอีกต่อไป ก็สามารถนำพุตออปชั่นที่ซื้อไปแล้วมาขายในตลาด ทำให้ไม่ต้องเสียค่าซื้อประกัน 26.5 จุดทั้งจำนวน แต่เสียแค่ส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขายพุตออปชั่นแทน เช่น หากต่อมาผู้ลงทุนขายพุตออปชั่นที่ราคา 24.5 จุด ก็เท่ากับว่าผู้ลงทุนจ่ายเงินค่าซื้อประกันนี้ไป (26.5-24.5) x 200 = 400 บาท
เปิดโอกาส ได้กำไร หากหุ้นดีดตัว
สิ่งที่ทำให้ออปชั่นต่างจากฟิวเจอร์ส คือ ออปชั่นเป็นคูปอง ดังนั้น หากใช้คูปองแล้วไม่คุ้ม ก็แค่ทิ้งคูปองนั้นไป จากตัวอย่างข้างต้น หากผู้ลงทุนซื้อพุตออปชั่นแล้วถือจนสัญญาครบอายุ แล้วดัชนี SET50 สูงกว่า 900 จุด ผู้ลงทุนก็ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเติม แค่ปล่อยให้ออปชั่นหมดอายุไป ซึ่งในกรณีนี้ผู้ลงทุนจะเท่ากับว่าจ่ายเงินในตอนแรกค่าซื้อออปชั่นที่ 26.5 จุด เป็นค่าซื้อประกัน แต่ก็ไม่ได้ใช้สิทธิประกันนั่นเอง พอร์ตหุ้นที่ผู้ลงทุนถืออยู่ก็จะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นตามตลาดหุ้นที่ดีดตัว
ด้วยเหตุผลข้างต้น จึงทำให้ในช่วงที่ผ่านมาผู้ลงทุนส่วนหนึ่งเข้ามาซื้อพุตออปชั่นเพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับพอร์ตหุ้นของตน สุดท้ายนี้ TFEX ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่ไม่ปกติและนำมาซึ่งการสูญเสียเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ดังนั้น เราทุกคนจึงควรตั้งสติและร่วมแรงร่วมใจรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ให้ดีที่สุด







