posttoday
TVOปักธงผู้นำอาเซียน

TVOปักธงผู้นำอาเซียน

21 สิงหาคม 2558

TVO กำไรนิวไฮปีนี้ต้นทุนต่ำ-ราคากากถั่วเหลืองเอื้อ-ยอดขายโตกว่าเป้า หวังโตอาเซียน  นายวิทูร ซื่อวัฒนากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันพืชไทย (TVO) เปิดเผยว่า ปี 2558 กำไรสุทธิของบริษัทจะทำได้สูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมา (นิวไฮ) โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีกำไร 1,047 ล้านบาท ส่วนรายได้ปีนี้น่าจะทำได้ 2.6 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนจำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท

TVO กำไรนิวไฮปีนี้ต้นทุนต่ำ-ราคากากถั่วเหลืองเอื้อ-ยอดขายโตกว่าเป้า หวังโตอาเซียน  นายวิทูร ซื่อวัฒนากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันพืชไทย (TVO) เปิดเผยว่า ปี 2558 กำไรสุทธิ
ของบริษัทจะทำได้สูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมา (นิวไฮ) โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีกำไร 1,047 ล้านบาท ส่วนรายได้ปีนี้น่าจะทำได้ 2.6 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนจำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจแนวโน้มการดำเนินงาน เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่เอื้ออำนวยตั้งแต่ปริมาณการขายเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะโตจากปีก่อนที่ 7-8% และครึ่งปีแรกก็ทำได้มากกว่า 10% แล้ว แต่บริษัทก็จะยังไม่มีการปรับเพิ่มเป้าหมายแต่อย่างใด นอกจากนั้นราคาถั่วเหลืองก็ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำที่ประมาณ 9-9.5 เหรียญสหรัฐ/ตัน เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 13-14 เหรียญสหรัฐ/ตัน และยังมีความผันผวนน้อยกว่าช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น

สำหรับกากถั่วเหลืองราคาสูงกว่าเมล็ดถั่วเหลืองมาตั้งแต่ปี 2557 และคาดว่าจะอยู่ในระดับนี้ไปถึงไตรมาสแรกของปีหน้า ถือว่านานกว่าปกติและในรอบเกือบ 10 ปี ที่ราคากากถั่วเหลืองมากกว่าเมล็ดได้ และยังมีปัจจัยที่กำไรขั้นต้นจากการสกัดน้ำมันถั่วเหลือง (Crush Margin) กลับมาสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ 36.2 เหรียญสหรัฐ/ตัน

“ตอนนี้ถือว่ามีหลายปัจจัยที่ช่วยสนับสนุน ที่ผ่านมาเราลดต้นทุนการผลิตได้มากและปริมาณการขายก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งน้ำมันและกากถั่วเหลือง โดยเฉพาะกากถั่วเหลืองเนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐมีการฟื้นตัวและมีการบริโภคไก่เนื้อมากขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการกากถั่วเหลืองเพื่อนำไปใช้เลี้ยงสัตว์มากขึ้น” นายวิทูร กล่าว

นายวิทูรกล่าวถึงความกังวลเรื่องภัยแล้งเอลนินโญว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทแต่อย่างใด เนื่องจากภาวะแล้งจะเกิดขึ้นแถวภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย ซึ่งตรงข้ามกับฝั่งที่เป็นผู้ผลิตถั่วเหลืองที่สหรัฐ โดยที่นั่นมีฝนตกมากจะมีปัญหาเล็กน้อยมากก็ตอนที่น้ำท่วมสหรัฐ แต่เป็นน้ำท่วมจากถั่วเหลืองซัพพลายใหม่ที่เพิ่มปลูกไม่ได้

กรรมการผู้จัดการ กล่าวต่อว่า กรณีค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามากขึ้นอาจจะมีผลต่อการนำเข้าถั่วเหลือง ซึ่งปัจจุบันบริษัทนำเข้าถึง 95% จากบราซิลและสหรัฐ และอีก 5% จากในประเทศ บริษัทก็มีการเฮดจิ้ง
ค่าเงินล่วงหน้าเอาไว้ให้พอดีกับสัดส่วนที่จะสั่งวัตถุดิบเข้ามา และยังมีทีมงานที่คอยดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และที่ผ่านมาแม้บริษัทจะนำเข้าวัตถุดิบเข้ามาเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งกำไรกลับจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย

นายวิทูร กล่าวว่า บริษัทตั้ง เป้าหมายในระยะยาวว่าอยากจะเป็นที่หนึ่งในอาเซียนในการจำหน่ายสินค้าจากถั่วเหลืองทั้งน้ำมัน ถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง เพราะประเทศเพื่อนบ้านยังไม่มีโรง สกัดน้ำมันและจำหน่ายน้ำมันถั่วเหลืองส่วนใหญ่ใช้น้ำมันจากถั่วลิสงเป็นหลัก

อย่างไรก็ดี บริษัทจึงตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปีนี้จะเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างลาว เมียนมา และกัมพูชา เป็น 10% ภายใน 3 ปีนี้ หรือภายในปี 2561 จากที่ปีนี้เพิ่งเริ่มส่งออกน้ำมันถั่วเหลือง โดยไปภายใต้ชื่อแบรนด์เฮลท์ตี้เชฟและควีนออกไปสำรวจตลาดก่อน และคาดว่าปีนี้จะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศที่ 6%

ทั้งนี้ เป็นการตั้งตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศเพื่อให้จำหน่ายสินค้าให้กับบริษัทไปก่อน ส่วนอนาคตจะมีการไปสร้างโรงงานหรือไม่นั้นต้องขอรอดูผลตอบรับจากปีนี้และผลการศึกษาก่อน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในครึ่งปีแรกของปี 2559 นี้

“ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานทั้งหมด 4 แห่ง มีกำลังการผลิตทั้งหมด 6,000 ตัน/วัน และมีการใช้กำลังการผลิต 80% ซึ่งถือว่าเป็นโรงงานสกัดถั่วเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในไทยและทวีปเอเชยตะวันออกเฉียงใต้ และคิดว่าการที่บริษัทขยายตลาดไปยังต่างประเทศ กำลังการผลิตที่มีอยู่ยังเพียงพอต่อการผลิตและขยายตลาด” นายวิทูร กล่าว

 เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท น้ำมันพืชไทย ได้รับรางวัล “Thailand’s Top Corporate Brands 2015”  บริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดจาก 19 หมวดธุรกิจของอุตสาหกรรมในประเทศไทย ประจำปี 2558 โดยมีมูลค่าทั้งสิ้น  6,906 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าสูงสุดในหมวดสินค้าเกษตร

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง