posttoday
บจ.maiฟาดกำไร1,580ล้าน

บจ.maiฟาดกำไร1,580ล้าน

21 สิงหาคม 2558

บจ.ของ mai สุขภาพแข็งแรง อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.78% ยอดขายโต 4% สวนเศรษฐกิจ

บจ.ของ mai สุขภาพแข็งแรง อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.78% ยอดขายโต 4% สวนเศรษฐกิจ

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บจ.ใน mai จำนวน 112 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 1,580 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2558 ลดลงเล็กน้อยจาก 1,592 ล้านบาท หรือลดลง 0.74% ส่วนหนึ่งเกิดจากในช่วงไตรมาส 2 ปี 2557 มี บจ.บางรายที่มีการบันทึกกำไรพิเศษ ส่วนการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น เพิ่มขึ้นจาก 21.43% เป็น 24.21% และมียอดขายรวม 30,748 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.04% ทั้งนี้ บริษัทที่มีกำไรจำนวน 75 บริษัท

“แม้ว่า บจ.จะต้องเผชิญกับภาวะกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ แต่ยังสามารถรักษาการเติบโตของยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นเอาไว้ได้ เนื่องจากมีการส่งเสริมการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมี 2 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตของทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง” นายประพันธ์ กล่าว

ผู้จัดการ mai กล่าวว่า  5 บริษัทที่มีกำไรสุทธิสูงสุดในไตรมาส 2/2558 ได้แก่ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) มีกำไรสุทธิ 741 ล้านบาท บริษัท เจ. เอส. พี. พร็อพเพอร์ตี้ (JSP) มีกำไรสุทธิ 321 ล้านบาท บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) มีกำไรสุทธิ 141 ล้านบาท บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) มีกำไรสุทธิ 82 ล้านบาท และบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) มีกำไรสุทธิ 67 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน/2558 บจ.ใน mai มียอดขายรวม 61,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 21.21% เป็น 24.93% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 26.10% เป็น 3,860 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาสแรกกำไรสุทธิเติบโตถึง 43.52% โดยกลุ่มที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 3 อันดับแรก คือ กลุ่มทรัพยากร กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม

ปัจจุบันมี บจ.ใน mai 116 บริษัท ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 579.83 จุด ลดลง 17.17% จากต้นปี มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 351,559 ล้านบาท อัตราส่วนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) อยู่ที่ 57.79 เท่า มูลค่าซื้อขายเฉลี่ย 3,687 ล้านบาท/วัน

ด้านบริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ (PIMO) น้องใหม่ตัวล่าสุดของ mai ไอพีโอในราคาหุ้นละ 1.30 บาท เพิ่งเข้าซื้อขายเมื่อวันที่ 13 ส.ค. นายวสันต์ อิทธิโรจนกุล กรรมการ
ผู้จัดการ มั่นใจว่า ในปีนี้บริษัทจะสร้างรายได้ได้ราว 520-550 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนกว่า 10% ที่มีรายได้ 489 ล้านบาท โดยไตรมาส 2 มีรายได้รวม 135.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.01 ล้านบาท หรือ 8.87% และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6.77 ล้านบาท ลดลง 3.91 ล้านบาท หรือ 36.61% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพิเศษทั้งการขอมาตรฐานอเมริกา และการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่มุ่งเน้นการขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท