posttoday
ระเบิด-ท่องเที่ยว-ศก.

ระเบิด-ท่องเที่ยว-ศก.

21 สิงหาคม 2558

น่าเศร้ามากที่มีผู้คนไม่หวังดีทำลายล้างผู้อื่นที่ราชประสงค์ของเรา ซึ่งกำลังจะกลายเป็น “Activity-CBD” Center คือ ศูนย์กลางกิจกรรมทุกชนิดเป็น Center ทางธุรกิจของกรุงเทพฯ กลายเป็นเป้าของผู้ไม่หวังดีมาวางระเบิด Terrorist ในวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก คนที่ทำบาปเช่นนี้ ฟ้าดินต้องลงโทษแน่ๆ

น่าเศร้ามากที่มีผู้คนไม่หวังดีทำลายล้างผู้อื่นที่ราชประสงค์ของเรา ซึ่งกำลังจะกลายเป็น “Activity-CBD” Center คือ ศูนย์กลางกิจกรรมทุกชนิดเป็น Center ทางธุรกิจของกรุงเทพฯ กลายเป็นเป้าของผู้ไม่หวังดีมาวางระเบิด Terrorist ในวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก คนที่ทำบาปเช่นนี้ ฟ้าดินต้องลงโทษแน่ๆ

ไม่ว่าจะมีเหตุขัดแย้งอะไร แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ย่อมมีผลกระทบแน่นอน แต่ชีวิตจะต้องดำเนินต่อไป ไม่ว่าจะเกิดจากคนภายนอกที่แฝงมาในรูปนักท่องเที่ยวหรือคนภายในจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวแน่นอน แม้การท่องเที่ยวจะมาช่วยพยุงเอาไว้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวปีนี้เกือบ 30 ล้านคน และ 5 ล้านคนจะเป็นคนจีน ซึ่งก็เสียชีวิตจากอุบัติภัยที่ผ่านมา

“ความปลอดภัย” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของนักท่องเที่ยวได้ถูกท้าทาย โชคดีที่เครื่องมือสมัยใหม่ CCTV ทำให้สามารถเห็นตัวบุคคลที่ทำบาปดังกล่าว แต่เราคงต้องทำดีกว่านี้ ถ้าพวกเราทุกคนมีหูมีตาเหมือน CCTV ติดไว้ ติดตั้งกล้องขนาดเล็ก เช่น ที่รถยนต์ ที่อาคาร ติดตัวเหมือนนักกระโดดร่ม นักขับรถแข่ง เหตุการณ์ทุกอย่างจะถูกบันทึก เปิดเผย ทุกคนเข้าถึงได้ อาชญากรก็จะต้องเกรงกลัวมากขึ้นแน่ๆ

ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ดี เป็นประเทศปลอดภัยที่สุด เพราะทุกคนจะทำตัวเป็นผู้ช่วยตำรวจตรวจตรารายงานความไม่ปกติ เด็กนักเรียนแม้แต่เด็กอนุบาลก็เดินไปโรงเรียนผ่านบ้านใคร แม้ที่อยู่ตามบ้าน ปู่ ย่า ตา ยาย จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยตรวจตราความไม่เรียบร้อย ก็ยังมีปัญหา

อะไรจะเกิดขึ้นกับภาพรวมประเทศ 1) ความไม่เชื่อมั่นว่าจะปลอดภัยและความสงบ คสช.ยึดอำนาจมาสิ่งแรกคือ แสวงหาความสงบและปรองดอง 2) การท่องเที่ยวจะถูกกระทบกระเทือนหนัก การยกเลิกการเดินทางมาเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวยุโรป ซึ่งมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด นักท่องเที่ยวจีนปีละ 4-5 ล้านคนจะลดลงแน่ๆ ทั้งๆ ที่กำลังจะเข้าหน้าท่องเที่ยวปลายปี และ 3) เศรษฐกิจซึ่งรัฐบาล คสช.พยายามอย่างหนักที่จะยกระดับขึ้น ปีนี้ GDP จะถูกกระทบอีก จะโตแค่ 2% ก็น่าจะใช้วิธีประชานิยม เงินที่ใช้ไปจะไม่เป็นการลงทุน จะเป็นการให้เปล่า ได้ผลระยะสั้น แต่สร้างปัญหาระยะกลาง

ในด้านอสังหาฯ จะต้องสร้าง “ความมั่นใจ” ปลอดภัยแก่ผู้อยู่ และผู้บริโภคอสังหาฯ ให้มากขึ้นอีก ระบบความปลอดภัยจะเป็น “Key Marketing” เช่น มี CCTV ทั่วตึกทั้ง 24 ชม. มีห้อง Control ที่จะตรวจวัดความไม่ปกติไม่ว่าจากผู้ร้ายหรือจากกายภาพของอาคารที่เปราะบางเสื่อมโทรม ระบบความปลอดภัย เช่น CCTV  ระบบ Auto Control จะขายดีมากขึ้นอีก

ระบบ Mobile Line และ Web ของ “Social Media” จะเป็นเครื่องมือสื่อสารแจ้งเหตุ และระบบ Online แจ้งเหตุให้มวลชน เช่น จส.100 ร่วมด้วยช่วยกัน จะเป็นเครื่องมือช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่คนในชาติ สาธารณชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่ากลัว และไม่ต้องกลัว ต้องสู้กับภัยเช่นนี้ให้ได้ แต่อย่าประมาทเพราะทุกเมืองใหญ่ในโลกมีคนประเภทนี้อยู่ทั่วไป เป็นมนุษย์มีตายทั้งนั้น ชีวิตต้องดำเนินต่อไป เพิ่มการระวังอีก ไม่ต้องกลัวว่าเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจะทรุดนาน ผู้คนประเดี๋ยวก็ลืมแล้วกลับไปสู่วิถีชีวิตเดิมอีก ขอให้ประเทศไทยโชคดี ช่วยกันดูแลก็แล้วกัน อย่าทะเลาะกันเพราะมีผู้ไม่หวังดีรอบด้าน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท