
เนกซ์สเตปปลุกตลาดทีวี ลุยดาวเทียม‘ฟรีวิวเอชดี’
บริษัท เนกซ์สเตป เห็นโอกาสในธุรกิจทีวีดาวเทียมที่ยังมีช่องว่างให้เข้าไปขยายธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยล่าสุดได้จับมือกับพันธมิตร 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม พันธมิตรด้านบริการโครงข่ายสัญญาณ บริษัท อินเทลแซท พันธมิตรด้านช่องสัญญาณดาวเทียม และบริษัท อินโฟ ซีนเนอร์ยี (ไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทีวีดาวเทียม เพื่อร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มใหม่ของวงการโทรทัศน์เมืองไทยในนาม “ฟรีวิว เอชดี” ทีวีดาวเทียมทางเลือกสำหรับผู้บริโภค
บริษัท เนกซ์สเตป เห็นโอกาสในธุรกิจทีวีดาวเทียมที่ยังมีช่องว่างให้เข้าไปขยายธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยล่าสุดได้จับมือกับพันธมิตร 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม พันธมิตรด้านบริการโครงข่ายสัญญาณ บริษัท อินเทลแซท พันธมิตรด้านช่องสัญญาณดาวเทียม และบริษัท อินโฟ ซีนเนอร์ยี (ไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทีวีดาวเทียม เพื่อร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มใหม่ของวงการโทรทัศน์เมืองไทยในนาม “ฟรีวิว เอชดี” ทีวีดาวเทียมทางเลือกสำหรับผู้บริโภค
นอกจากการเปิดเกมด้วยการรุกธุรกิจทีวีดาวเทียมแบบเต็มสูบ เพื่อเป็นทางเลือกของผู้ชมทั่วประเทศไทยแล้ว บริษัท เนกซ์สเตป ยังมีแผนที่จะเปลี่ยนการรับชมทีวีดาวเทียมในระบบเอสดี (ความคมชัดมาตรฐาน) เป็นระบบเอชดี(ความคมชัดสูง) มากที่สุดในประเทศไทย
นายฟิลลิป ฮอยเซน หัวหน้าทีมบริหารหน่วยธุรกิจฟรีวิวเอชดี บริษัท เนกซ์สเตป กล่าวว่า แนวทางการทำตลาดของฟรีวิว เอชดี ในเฟสแรกจะมีช่องให้ลูกค้าได้รับชมช่องทีวีดิจิทัลทั้งหมด 28 ช่อง และช่องของเนกซ์สเตปอีก 9 ช่อง เช่น สำรวจโลก มายไซน์ บุษบาคาเฟ่ สำรวจโลกเอชดี และแอนนิมอลโชว์ เอชดี เป็นต้น
สำหรับงบที่ใช้ลงทุนตลอดระยะเวลา 10 ปี นับจากปี 2558-2569 บริษัท เนกซ์สเตปและพันธมิตรได้เตรียมงบไว้ประมาณ 5,000 ล้านบาท เนื่องจากในอนาคตมีแผนที่จะขยายธุรกิจทีวีดาวเทียมไปยังตลาดต่างประเทศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาตลาด
ในส่วนของราคาขาย ถ้าซื้อเฉพาะกล่องรับสัญญาณจะอยู่ที่ราคา 1,200 บาท แต่ถ้าซื้อรวมจานดาวเทียมราคาจะอยู่ที่ 2,200 บาท โดยปีแรกคาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 5 แสนกล่อง และเพิ่มเป็น 1.25 ล้านกล่องในปีที่ 2 และ 2.25 ล้านกล่องในปีที่ 3
นายฟิลลิป กล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่า ฟรีวิว เอชดี น่าจะได้ผลการตอบรับจากลูกค้า เนื่องจากบริษัทเป็นทีวีดาวเทียมรายเดียวที่สามารถรับสัญญาณความคมชัดในระบบเอชดีได้ ซึ่งภายใน 7-8 ปีนับจากนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถนำฟรีวิว เอชดี เข้าไปอยู่ในครัวเรือนไทยทั่วประเทศ คิดเป็นอัตราส่วนไม่ต่ำกว่า 60% และมีรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน







