
Pinn Creative Space พื้นที่ไอเดีย ‘สตาร์ทอัพ’
เมื่อการเข้าห้องสมุดของอเมริกันชนเริ่มมีแนวโน้มลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริการดังกล่าวต้องปรับตัว
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
เมื่อการเข้าห้องสมุดของอเมริกันชนเริ่มมีแนวโน้มลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริการดังกล่าวต้องปรับตัว เพื่อรองรับกลุ่มคนที่มีหัวใจนักประดิษฐ์ ใช้สถานที่ในรูปแบบที่เรียกว่า “เมกเกอร์ สเปซ” ที่กำลังกลายเป็นรูปแบบธุรกิจ (บิซิเนส โมเดล) ที่น่าสนใจ และเข้ากับกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะเจเนอเรชั่นวาย (GenY) หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 2523-2540 ที่หันมาทำธุรกิจส่วนตัวมากกว่าการทำงานประจำ
พญ.บุษยา เตชะเสน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ตแอนด์เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ภายใต้แบรนด์สินค้าภิญญ์ ช้อป (Pinn shop) ระบุว่า แนวโน้มธุรกิจดังกล่าวกำลังเป็นเทรนด์ทั่วโลกในขณะนี้ ซึ่งรวมถึงในไทยด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มคนเจนวายที่พบว่ามีสัดส่วนกว่า 80% ทีเดียวในปัจจุบันที่หันมาทำกิจการส่วนตัวกันมากขึ้น และมีจำนวนหนึ่งที่เริ่มต้นทำธุรกิจระหว่างศึกษา ซึ่ง ภิญญ์ ช้อป แบรนด์มองเห็นโอกาสดังกล่าวในการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายนี้ โดยดึงโมเดลธุรกิจดังกล่าวมาปรับใช้เพื่อให้บริการภายใต้ชื่อ Pinn Creative Space ขึ้นมาเพื่อรองรับกลุ่มสตาร์ทอัพโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ ได้เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกที่ชั้น 2 ศูนย์การค้าเดอะช็อปปส์ แกรนด์ พระราม 9 จากก่อนหน้าได้ทดลองเปิดสถานที่ต้นแบบแห่งแรกที่สำนักงานใหญ่ใน จ.เชียงใหม่ เพื่อนำร่องและทดลองระบบการทำงานด้านต่างๆ ซึ่งในส่วนของ ภิญญ์ ครีเอทีฟ สเปซ นั้นจะมุ่งให้บริการ 6 ด้านหลัก คือ 1.ไอเดีย แอนด์ ดีไซน์ 2.เทรนนิง เวิร์กช็อป 3.โค-เวิร์กกิ้ง เพลส 4.ดิจิทัล ครีเอชั่น 5.มาร์เก็ตเพลส และ 6.คลาวด์ ฟันดิ้ง เพื่อสร้างให้เกิดบรรยากาศการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ (อีโคโลจี)
สำหรับในส่วนของบริการมาร์เก็ตเพลสหรือตลาดกลาง และคลาวด์ฟันดิ้ง ซึ่งบริษัทเป็นผู้พัฒนาระบบและซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นขึ้นมาเอง โดยมาร์เก็ตเพลสนั้นจะใช้ชื่อเว็บไซต์ www.pinncreative.com คาดพร้อมเปิดตัวราวปลายปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มธุรกิจร้านค้าทั้งที่เป็นสมาชิกสตาร์ทอัพของภิญญ์ ครีเอทีฟ สเปซ และเจ้าของธุรกิจเริ่มต้นทั่วไปเข้าร่วมเว็บไซต์ดังกล่าวในปีแรกหลังจากเปิดตัวแล้วหลักล้านราย ส่วนบริการ คลาวด์ฟันดิ้ง ภายใต้ชื่อ ดรีมไดรฟ์ ( Dream Drive) จะเข้ามาสนับสนุนเจ้าของธุรกิจที่สนใจหาผู้ร่วมลงทุนสาธารณะ
นอกจากนี้ สถานที่ดังกล่าวยังได้เปิดให้บริการหลักสูตร (คอร์ส) สำหรับชั้นเรียนต่างๆ สำหรับผู้สนใจ อาทิ คลาสการใช้เครื่องมือสำหรับงานออกแบบ งานพิมพ์ การใช้โปรแกรมต่างๆ เป็นต้น นอกเหนือจากอัตราค่าบริการสำหรับสมาชิก โดยแบ่งออกเป็น 2 แพ็กเกจ คือ ราคา 1,000 บาทต่อเดือนเข้ามาใช้งานได้ 7 วัน และอัตรา 3,000 บาทต่อเดือน สามารถเข้ามาใช้บริการได้ทุกวัน รองรับกลุ่มเป้าหมายหลักคนรุ่นใหม่ทั่วไปและนักออกแบบ ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนขยายสาขาภิญญ์ ครีเอทีฟ สเปซ เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 2-3 แห่ง
พ.ญ.บุษยา กล่าวว่า สำหรับธุรกิจใหม่ดังกล่าว เพื่อต่อยอดในธุรกิจหลักเดิมก่อนหน้า คือ ร้าน ภิญญ์ ช้อป ที่มีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ผู้ที่ชื่นชอบงานฝีมือเย็บปัก ถักร้อย ประเภทต่างๆ ที่ปัจจุบันมีอายุราว 45-65 ปี ซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นสมาชิกผู้เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่พบว่า ต่างมีความต้องการนำผลงานที่ผลิตขึ้นมานั้นสามารถทำตลาดได้ด้วย ที่ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสจากความต้องการของตลาดในกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน
“การทำธุรกิจสมัยใหม่จะเปลี่ยนไปสู่รูปแบบที่เรียกว่า โปรซูเมอร์(Prosumer) กล่าวคือ ในทุกครัวเรือน หรือ ทุกบ้าน จะมีเครื่องมือช่าง หรือเครื่องมือสำหรับงานฝีมือเข้ามาช่วยในการของใช้เองภายในครัวเรือน ที่ยังสามารถผลิตออกมาเพื่อจำหน่ายได้อีกด้วย ซึ่งถือว่า ‘เมกเกอร์’ จะเป็นเทรนด์ที่สำคัญในอนาคตอันใกล้นี้” พญ.บุษยากล่าวทิ้งท้าย
นี่คืออีกแนวโน้มหนึ่งของธุรกิจ ที่เทคโนโลยีสร้างสรรค์ให้เกิดธุรกิจใหม่ ขณะเดียวกันธุรกิจเก่าหากปรับตัวก็จะสามารถสร้างการเติบโตไปกับกระแสใหม่ที่เกิดขึ้น







