
ฟิทช์ฯชี้โปรเจกต์ลงทุนไทยฮิต
ฟิทช์ฯ เชื่อนักลงทุนสนใจโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น กระจายเสี่ยง เพิ่มผลตอบแทน
ฟิทช์ฯ เชื่อนักลงทุนสนใจโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น กระจายเสี่ยง เพิ่มผลตอบแทน
บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศ ไทย) เปิดเผยว่า การลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ การผลิตไฟฟ้า ระบบคมนาคมขนส่ง และระบบสื่อสารโทรคมนาคม ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต และจะเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการเพิ่มผลตอบแทนและกระจายความเสี่ยง เช่น บริษัทประกัน และกองทุนบำเหน็จบำนาญ
นายตฤณ ศิริวุฒิเศรษฐ รองผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจประกันและสถาบันการเงิน บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันการออกตราสารหนี้สำหรับสินทรัพย์รูปแบบใหม่ๆ ในไทย โดยเฉพาะด้านอสังหาริมทรัพย์และโครงการโครงสร้างพื้นฐานยังมีจำนวนจำกัด แต่คาดว่าตลาดจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีการออกตราสารทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (กองรีทส์) และตราสารหนี้สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นแล้ว
ทั้งนี้ นักลงทุนระยะยาวโดยเฉพาะบริษัทประกันชีวิต คาดว่าจะสนใจการลงทุนดังกล่าวมากขึ้น เนื่องจากกระแสเงินสดของโครงการมีเสถียรภาพ และได้รับผลกระทบที่จำกัดจากเงินเฟ้อและความผันผวนของตลาดเงิน จากเดิมที่การลงทุนถึง 63% ในปี 2013 ยังจำกัดในกลุ่มตราสารหนี้ของรัฐและเอกชนเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายสำหรับบริษัทประกัน เนื่องจากการคงเงินทุนที่อาจเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
นายโอบบุญ ถิรจิต ผู้อำนวยการ ฝ่ายธุรกิจ ฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวว่า พระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) ฉบับใหม่ของไทย จะช่วยให้โครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการจัดหาทุนมีประสิทธิภาพและมีความโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) คาดว่า ระหว่างปี 2015-2022 จะมีความต้องการลงทุนในภาคการคมนาคมขนส่ง
ในไทยราว 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้จะเป็นพีพีพีราว 20%
ทางด้าน เฮเลน ฮาน หัวหน้าของบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอฟซี) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า การลงทุนของไอเอฟซีในไทยยังค่อนข้างน้อย โดยมีการลงทุน 4% เมื่อเทียบกับฟิลิปปินส์ที่ 6% และอินโดนีเซียที่ 7% ขณะที่ส่วนใหญ่จะเน้นที่จีนและอินเดียเป็นหลัก ซึ่งยังมีความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ไอเอฟซีมองเห็นแนวโน้มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของไทยยากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนด้านพลังงานทางเลือกและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยจะเน้นโครงการที่มีโอกาสการเติบโตในเชิงพาณิชย์







