posttoday
เมียนมาเร่งปฏิรูป  โอกาสพลังงานไทย

เมียนมาเร่งปฏิรูป โอกาสพลังงานไทย

21 สิงหาคม 2558

ภาวะน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัด ทำให้เห็นถึงปัญหาด้านการจัดการและโครงสร้างพื้นฐานภายใน

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ภาวะน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัด ทำให้เห็นถึงปัญหาด้านการจัดการและโครงสร้างพื้นฐานภายใน ขณะที่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองก่อนถึงการเลือกตั้งใหญ่ปลายปี 2015 อาจทำให้หลายฝ่ายยังต้องจับสถานการณ์ในประเทศอย่างไม่กะพริบตา แต่ปัจจัยเหล่านี้ก็ไม่อาจบั่นทอนความจริงไปได้ว่า “เมียนม” เป็นดินแดนแห่งโอกาส

วรานนท์ หล้าพระบาง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการเมียนมาร์ กลุ่มงานโครงการต่างประเทศ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) ซึ่งอยู่ในพื้นที่จริง และได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนเมียนมาเริ่มคุ้นเคยกับระบบทุนนิยมมากขึ้น หลังจากเปิดประเทศมาในปี 2012 และเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ก็ทำให้มีเงินมากพอที่จะมาพัฒนาประเทศ และโอกาสก็เปิดมากขึ้น สังเกตว่ามีโรงแรม มีรถหนาแน่น มีโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมากมาย และสิ่งหนึ่งที่จะตามมาก็คือ สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าเกี่ยวเนื่องด้านพลังงาน ซึ่งมีความต้องการใช้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

“เราไม่ได้พูดถึงเงินหมื่นล้านบาท แต่เรากำลังพูดถึงหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งย่อมแบ่งสรรปันส่วนกันได้ ที่สำคัญคือเราอยู่ใกล้ สามารถสร้างสายไฟฟ้าหรือหม้อแปลงเข้ามามีส่วนร่วมได้ ผมว่าถ้าพม่ามีการใช้ไฟมากขึ้น สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานจากไทย เช่น หม้อแปลง ก็มีโอกาสเข้ามาบุกตลาดเพิ่มได้ อีกตัวอย่างธุรกิจขนาดเล็กที่เห็นชัด คือ ผ้าเย็นสโนว์จากเมืองไทย ที่นี่ดังมากจนคนพม่าเรียกผ้าเย็นว่าสโนว์ไปแล้ว ดังนั้น ตั้งแต่ธุรกิจผ้าเย็นผืนละไม่กี่บาทไปจนถึงธุรกิจพลังงานอย่าง ปตท.สผ. นี่เข้าไปได้หมด” วรานนท์ กล่าว

นอกจากมองพลังงานไทยเป็นต้นแบบแล้ว เมียนมายังกำลังพิจารณาเรื่องการศึกษาระบบอาชีวะของไทยด้วย โดยกำลังมองประเทศไทยและเยอรมนีเป็นต้นแบบ เพื่อผลิตแรงงานมีฝีมือออกมารองรับระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากปัจจุบันเมียนมามีแรงงานหลักๆ 2 ระดับ คือ แรงงานไร้ฝีมือ กับพนักงาน แต่ไม่มีโฟร์แมนอยู่ตรงกลาง ซึ่งทางกระทรวงแรงงานของเมียนมาเห็นถึงประเด็นนี้ จึงคิดที่จะเริ่มสร้างการศึกษาแบบอาชีวะเพื่อผลิตแรงงานที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมในการพัฒนาประเทศออกมา

เพราะปัจจุบัน เมียนมายังเติบโตโดยพึ่งพาเงินทุนต่างชาติด้านพลังงานเป็นหลัก ทำให้มีอุตสาหกรรมพื้นฐานของตัวเองน้อย จึงมีความเสี่ยงที่พื้นฐานไม่แกร่งพอหากเติบโตเร็วเกินไปและเกิดปัญหาขึ้น จึงยังจำเป็นต้องใช้เวลาเรียนรู้และพัฒนา ทั้งในด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานไปจนถึงระบบสถาบันการเงิน

ขณะที่ธุรกิจนำทัพหลักด้านพลังงานนั้น พงศธร ทวีสิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยีและพัฒนาความยั่งยืน ปตท.สผ. มองในทิศทางเดียวกันว่า เมียนมาจะยังคงเป็นโอกาสในปัจจุบันและอนาคตที่สำคัญต่อไปของพลังงานไทยต่อไป ซึ่งไทยก็ต้องปรับตัวหลายด้านเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเมียนมาด้วย

การเปลี่ยนนโยบายของเมียนมาโดยให้ความสำคัญกับการบริโภคพลังงานในประเทศมากขึ้นก่อน ทำให้บริษัทอาจต้องเพิ่มการผลิตมากขึ้นเพื่อให้มีส่วนเกินจากการผลิตเพื่อส่งกลับไทยได้มากที่สุด และปัจจุบัน ทาง ปตท.กำลังพยายามผลักดันแวลูเชนในเรื่องระบบท่อส่งก๊าซ และเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างเดิมหลายอย่าง ทั้งระบบท่อส่ง และโรงกลั่นน้ำมัน รวมถึงเตรียมความพร้อมที่จะเข้าไปได้ทันทีหากมีการเปิดธุรกิจปิโตรเคมิคัลและธุรกิจขายปลีกให้ต่างชาติเข้ามามีบทบาทในอนาคต

“ภายใน 5 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าว่าการลงทุนจะเป็นแบบครบวงจรมากขึ้น เช่น ปิโตรเคมิคัล ที่พม่ายังไม่ได้เปิดในวันนี้ แต่ที่สำคัญคือ เราจะไม่ใช้พม่าเป็นแค่แหล่งผลิต ไปใช้ทรัพยากรและแรงงานอย่างเดียว แต่จะเน้นเรื่องการพัฒนาคนและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วย เพราะถึงจุดหนึ่งเราก็ต้องอยากให้เขาดำเนินการเองได้ เราเองก็สามารถกระจายคนไปยังที่อื่นๆ ได้มากขึ้น เรื่องนี้วิน-วินทั้งสองฝ่าย ถือเป็นการพัฒนาสังคมให้เขาในอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความยั่งยืนด้วย และเป็นจุดเด่นของเราเมื่อเทียบกับการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ” พงศธร กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ