posttoday
ตีกันทึ้งงบกรมชลฯ ก๊วนเก่าตั้งโต๊ะแจกงานแลก ‘หัวคิว’

ตีกันทึ้งงบกรมชลฯ ก๊วนเก่าตั้งโต๊ะแจกงานแลก ‘หัวคิว’

20 สิงหาคม 2558

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

เป็นข่าวคราวครึกโครมไปทั่วทั้งกรมชลประทาน เมื่อเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ประกาศแจ้งเตือนผู้รับเหมาให้ระมัดระวัง “หน้าม้า” ที่อ้างว่าได้งานก่อสร้าง งานขุดลอกคูคลองมาจากกรมชลประทาน และได้รับสิทธิพิเศษนำงานเหล่านั้นมาแจกจ่ายให้ผู้รับเหมาแลกกับค่านายหน้า 20-25% ของวงเงินโครงการ 

“ขอแจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างอย่าหลงเชื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างว่าสามารถติดต่องานและทำสัญญากับกรมชลประทานได้ เนื่องจากขณะนี้ปรากฏว่ามีผู้รับจ้างหลายรายติดต่อมายังกรมชลประทานเพื่อลงนามสัญญาก่อสร้าง ซึ่งผู้รับเหมาเหล่านั้นไม่ได้เข้าร่วมประกวดราคาโครงการของกรมชลประทานโดยตรง แต่ได้รับการติดต่อจากบุคคลอื่นว่าสามารถเข้ามาลงนามสัญญาเพื่อก่อสร้างได้ หรือรับช่วงงานได้ จึงได้แจ้งเตือนไปว่าอย่าได้หลงเชื่อ เพราะเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด” เนื้อหาในประกาศกรมชลประทาน ที่ เลิศวิโรจน์ ลงนามวันที่ 10 ส.ค. 2558 ระบุ

แต่ทว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับกรมชลประทานในครั้งนี้ จะพบว่าทั้งรูปแบบและวิธีการแทบไม่แตกต่างจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดก่อนๆ แม้แต่น้อย ซึ่งใช้วิธีการ “ตั้งโต๊ะ” ขายโครงการแลกเงิน “ค่าหัวคิว” 20-30% บางโครงการสูงถึง 50% เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่ากรมชบประทานเป็นกรมใหญ่ที่มี “งบล่ำซำ” กรมหนึ่งของประเทศ

ทั้งนี้ ในแต่ละปีกรมชลประทานจะได้รับจัดสรรงบซ่อมสร้างแหล่งน้ำ 3-4 หมื่นล้านบาท และในปี 2558 ยังได้รับจัดสรรเงินกู้เร่งด่วนลงทุนโครงการน้ำอีก 2.8 หมื่นล้านบาท อีกทั้งกรมชลประทานยังเป็นแกนหลักในการลงทุนโครงการน้ำภายใต้ยุทธศาสตร์บริการจัดการน้ำ พ.ศ. 2558-2569 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2558 วงเงินลงทุนกว่า 9 แสนล้านบาท

“ในช่วงปลายเดือน ก.ค. และต้น ส.ค.ที่ผ่านมา มีข่าวสะพัดในกรมชลประทานและวงการผู้รับเหมาทั่วประเทศว่ามีงานก่อสร้างของกรมชลประทานหลุดออกมาแล้วประมาณ 1,200 ล้านบาท ผู้รับเหมารายอื่นที่รู้ข่าวจึงวิ่งไปที่สำนักชลประทานทั่วประเทศเพื่อสอบถามและขอรับงาน บางส่วนเดินทางมายังกรมชลประทานเพื่อของานก็มี เมื่ออธิบดีกรมชลประทานทราบข่าวก็ตกใจว่ามีข่าวทำนองนี้ได้อย่างไร พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่มีการแจกงานแน่นอน ท่านจึงได้ออกประกาศดังกล่าว” แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ย้ำ

แหล่งข่าวยังตั้งข้อสังเกตว่า โครงการลงทุนน้ำที่มีการตั้งโต๊ะขายโครงการน่าจะเป็นโครงการซ่อมแซมและปรับปรุงของโครงการกรมชลประทานขนาดเล็ก เช่น อ่างเก็บน้ำ ฝาย และประตูระบายน้ำและอาคารอื่น ซึ่งกรมชลประทานได้ถ่ายโอนภารกิจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีทั้งสิ้น 4,959 โครงการ วงเงินงบประมาณ 1.75 หมื่นล้านบาท

ด้าน บัญชา ขวัญยืน ประธานอนุกรรมการแหล่งน้ำ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาวงการผู้รับเหมาพูดกันว่า มีผู้รับเหมาวิ่งเข้าหากรมชลประทานเพื่อรับงานของกรมชลประทาน แต่ในเมื่อไม่มีใบเสร็จก็ไม่อยากลงในรายละเอียด และเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ได้ เพราะกรมชลประทานเป็นกรมที่มีงบมาก เช่นในปีนี้กรมชลประทานได้รับจัดสรรเงินกู้กว่า 2 หมื่นล้านบาท จากงบเงินกู้ยุทธศาสตร์น้ำระยะเร่งด่วนปี 2558-2559 วงเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท

“ตอนนี้เราไปปรับปรุงหรือติงอะไรก็แก้ไขไม่ได้แล้วว่าโครงการเร่งด่วนที่อยู่ในแผนเร่งด่วนปี 2558-2559 อะไรบ้างที่เหมาะสม อะไรบ้างที่ไม่เหมาะสม เพราะทราบมาว่าเขาวางโครงการก่อนที่ยุทธศาสตร์จะเสร็จเสียอีก ซึ่งเราก็ติงไปแล้ว เราจึงพุ่งเป้าไปที่การออกกฎหมายทรัพยากรน้ำแห่งชาติที่จะเสนอเข้า ครม.เร็วๆ นี้ โดยจะกำหนดให้ชัดเจนว่าการบริหารจัดการหรือวางโครงการน้ำจะต้องฟังเสียงจากประชาชน
ไม่ใช่เหมือนอย่างตอนนี้ที่มีคนมีอิทธิพลสั่งลงโครงการอะไรก็ได้” บัญชา กล่าว

บัญชา คาดหวังว่า ที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งตั้งคณะกรรมการติดตามประเมินและแก้ไขปัญหาการดำเนินการตามยุทธศาสตร์น้ำแห่งชาติ ซึ่งเชื่อว่าคณะกรรมการชุดนี้จะติดตามงานทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริต

ในขณะที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ อดีตประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และว่าที่ รมว.เกษตรฯ ซึ่งจะมากำกับดูแลกรมชลประทานแบบเบ็ดเสร็จ จะต้องจัดการนักล่าหัวคิวก๊วนนี้ขั้นเด็ดขาด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท