posttoday
หุ้นไทย 20 ส.ค.ดัชนีลดลง 6.59 จุด

หุ้นไทย 20 ส.ค.ดัชนีลดลง 6.59 จุด

20 สิงหาคม 2558

หุ้นไทย 20 ส.ค. ดัชนีปิดที่ 1,372.53 จุด ลดลง 6.59 จุด มูลค่าการซื้อขาย 49,270.40 ล้านบาท

หุ้นไทย 20 ส.ค. ดัชนีปิดที่ 1,372.53 จุด ลดลง 6.59 จุด มูลค่าการซื้อขาย 49,270.40 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ดัชนีหุ้นไทยตลอดทั้งวันปรับตัวลดลง แม้เปิดตลาดช่วงบ่าย ดัชนีจะกระเตื้องขึ้น แต่สุดท้ายถูกขายทำกำไรออกมาจนมาปิดที่ 1,372.53 จุด ลดลง 6.59 จุด หรือ 0.4 8 % มูลค่าการซื้อขาย 49,270.40 ล้านบาท

นายสมชาย  เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบ ช่วงเช้าปรับตัวลงด้วยแรงกดดันจากต่างประเทศ จากความกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอตัว และเสถียรภาพค่าเงินหยวน ตลอดจนแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกร่วงแรงอีกรอบ เกือบแตะระดับ 40 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และมีโอกาสลงต่อหลุด 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลได้ แต่ในช่วงบ่ายดัชนีฯ พอจะฟื้นตัวได้ในกรอบแคบ มองว่าส่วนหนึ่งน่าจะมาจากข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม การปรับครม. เป็นเพียงจิตวิทยาเชิงบวก ในแง่ความคาดหวังว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะเร่งเดินหน้าโครงการหรือมาตรการต่าง ๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากการดำเนินการเป็นนามธรรมมากขึ้นถึงจะส่งผลบวกอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ แม้ดัชนีฯ จะตอบรับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ไปแล้ว แต่ยังต้องติดตามความคืบหน้าว่าจะมีเหตุการณ์ต่อเนื่องเกิดขึ้นอีกหรือไม่ การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน รวมถึงการหาสาเหตุของการลอบวางระเบิด ซึ่งหากการดำเนินการข้างต้นมีความชัดเจนมากขึ้น ก็จะช่วยคลายแรงกดดันได้ดี

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ทั่วโลกยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยเฉพาะแรงกดดันจากเศรษฐกิจจีน เสถียรภาพค่าเงินหยวน จึงทำให้ดัชนีหุ้นจีนยังคงปรับลงต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนยังไม่มีความมั่นใจต่อปัจจัยดังกล่าวข้างต้น  ส่วนฝั่งสหรัฐฯ ยังคงต้องติดตามต่อทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งต้องรอความชัดเจนในการประชุมครั้งถัดไปในกลางเดือนหน้า ซึ่งระหว่างนี้ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่จะทยอยประกาศออกมา ที่จะเป็นข้อมูลในการพิจารณาของเฟด

สำหรับพรุ่งนี้ คาดหุ้นไทยแกว่งกรอบแคบ เนื่องจากไม่มีปัจจัยบวกใหม่ ขณะที่ปัจจัยลบก็ยังคงเดิม ซึ่งต้องติดตามความชัดเจนต่อปัจจัยต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทิศทางราคาน้ำมันโลก ภาวะเศรษฐกิจจีน สถานการณ์ความรุนแรงจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในประเทศ และการทำงานของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ว่าจะเร่งดำเนินการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็วมากน้อยแค่ไหน

กลยุทธ์ หากมีจังหวะราคาหุ้นลงแรง เลือกเข้าซื้อเป็นรายตัวเพื่อเก็งกำไรขายในจังหวะรีบาวน์ โดยไม่แนะนำเข้าซื้อเพื่อลงทุนระยะยาว เนื่องจากปัจจจัยต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศยังไม่มีความชัดเจน พร้อมกับประเมินแนวรับ 1,360 จุด แนวต้าน 1,390 จุด

หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

PTT  มูลค่าการซื้อขาย 8,726 บาท ปิดที่ 258.00 บาท ลดลง 15.00 บาท (-5.49%)

AOT  มูลค่าการซื้อขาย 3,692 บาท ปิดที่ 268.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท (+2.29%)

KTB  มูลค่าการซื้อขาย 1,773 บาท ปิดที่ 17.90 บาท 0.50 บาท (+2.87 %)

JAS  มูลค่าการซื้อขาย 1,544 บาท ปิดที่ 5.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท (+3.00 %)

ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,254 บาท ปิดที่ 233.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท (+1.30%)

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน