
ฝากไอซีทีสางคดี 9 แสนล้าน
‘พรชัย’ เปิดใจอำลาตำแหน่ง ดันโครงสร้างกระทรวงดิจิทัล
‘พรชัย’ เปิดใจอำลาตำแหน่ง ดันโครงสร้างกระทรวงดิจิทัล
“พรชัย” ฝากภารกิจใหม่ รมว.ไอซีที ตามคดีทีโอที-กสท ฯ มูลค่ากว่า 9 แสนล้าน
นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ภารกิจที่จะฝาก รมว.ไอซีที คนใหม่นั้น อยากให้สานต่อคดีการฟ้องร้องของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงไอซีที ทั้งบริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ที่มีการฟ้องร้องคดีต่างๆ 20-30 คดี มูลค่าคดีรวมกัน 9.20 แสนล้านบาท ซึ่งจะต้องเร่งการเจรจาคดีความต่างๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
“หากตกลงเจรจากันได้รวดเร็ว ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นต่อประเทศชาติอย่างมาก เพราะสามารถนำโครงข่ายของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมาสร้างประโยชน์และเกิดมูลค่าเพิ่มต่อไป แต่หากไม่สามารถหาข้อยุติได้ก็จะกระทบต่อทรัพย์สินต่างๆ คือ จะไม่สามารถนำทรัพย์สินมาใช้ได้” นายพรชัย กล่าว
นอกจากนี้ อยากฝากทั้งเรื่องการเดินหน้าตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลการจัดสรรคลื่นความถี่ในประเทศไทย ที่จะต้องจัดใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ รวมถึงการประมูล 4จี ที่จะต้องเดินหน้าตามแผนและการทำโครงการไอซีทีชุมชน จำนวน 2,000 แห่งทั่วประเทศ ที่ต้องมีการปรับแผนใหม่ พร้อมเร่งจัดโครงสร้างกระทรวงให้แล้วเสร็จ หลังจากมี พ.ร.บ.จัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
นายพรชัย กล่าวว่า ภารกิจในช่วงตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง รมว.ไอซีที นั้น มีทั้งการเข้ามารื้อของเก่าที่มีปัญหาและเดินเครื่องของใหม่ ทั้งการให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจเดินหน้าเจรจาคดีฟ้องร้องให้ได้ข้อยุติ เพราะเป็นเรื่องที่ค้างคามานานมาก การจัดระบบดาวเทียมของประเทศไทยใหม่ การร่วมผลักดันนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีและการนำคลื่นความถี่ 5 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ในย่านความถี่ 1800 MHz ที่ไม่ได้ใช้งานของ บริษัท กสท โทรคมนาคมมาร่วมประมูล 4จี
ทั้งนี้ โดยเฉพาะบริษัท กสท โทรคมนาคม สามารถเจรจากับเอกชนที่ฟ้องร้องได้จำนวนมากและการเจรจาคดีทั้งหมดใกล้สำเร็จแล้ว ทำให้สามารถเจรจาเพื่อร่วมกันทำธุรกิจต่อไปได้ ทั้งนี้ผลจากการเจรจาที่คืบหน้าใกล้สำเร็จ ทำให้บริษัท กสท โทรคมนาคม มีเงินเหลือสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ บริษัท ทีโอที ก็มีการเจรจากันไปจำนวนมากเช่นกัน และบริษัท ทีโอที มีการจัดตั้งคณะทำงานมาเจรจาเรื่องคดีความต่างๆ ด้วย เชื่อว่าในเร็วๆ นี้น่าจะสามารถเจรจาคดีความต่างๆ สำเร็จได้
นายพรชัย กล่าวว่า สำหรับการเจรจาคดีฟ้องร้องข้อพิพาทต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา มาจากการที่เข้าเป็นตัวกลางในการเจรจาในเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ทำให้เป็นการเจรจาที่ไม่เอาเปรียบทั้งงฝ่ายหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชน ซึ่งต้องทำหน้าที่เป็นกลางอย่างแท้จริง จึงจะส่งผลให้การเจรจาประสบความสำเร็จได้
“ข้อสำคัญที่ทำให้การเจรจาคดีความต่างๆ สำเร็จไปได้ด้วยดีมาจากทั้งสองฝั่งมีความเชื่อใจว่าผมเป็นกลางจริงๆ ไม่เอาเปรียบใครและไม่เข้าข้างใคร เพราะผมอยู่ตรงกลาง ทำให้ทุกอย่างสำเร็จได้” นายพรชัย กล่าว







