
ตื่นตัว แต่อย่า ตื่นตระหนก
ขอแสดงความเสียใจกับญาติและมิตรสหายของผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่ราชประสงค์เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา (ในตอนที่เขียนต้นฉบับนี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 16 คน บาดเจ็บ 117 คน)และขอประณามผู้ก่อเหตุไม่ว่าการอ้างเหตุผลของการก่อเหตุนั้นอย่างไร เพราะชีวิตของคนเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับเขาและครอบครัวของเขา ไม่มีใครมีสิทธิที่จะใช้ชีวิตคนอื่นมาสนองตัณหาของตนเอง และเหตุระเบิดที่กรุงเทพฯ ย่อมมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าที่อื่นๆ เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แน่นอน ภาวะเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในช่วงภาวะลำบาก จึงยิ่งลำบากมากยิ่งขึ้น ความหวังที่จะพึ่งการท่องเที่ยวที่กำลังบูมมาช่วยเศรษฐกิจก็เริ่มเลือนรางลงทันทีที่เสียงระเบิดดังขึ้น
ขอแสดงความเสียใจกับญาติและมิตรสหายของผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่ราชประสงค์เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา (ในตอนที่เขียนต้นฉบับนี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 16 คน บาดเจ็บ 117 คน)และขอประณามผู้ก่อเหตุไม่ว่าการอ้างเหตุผลของการก่อเหตุนั้นอย่างไร เพราะชีวิตของคนเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับเขาและครอบครัวของเขา ไม่มีใครมีสิทธิที่จะใช้ชีวิตคนอื่นมาสนองตัณหาของตนเอง และเหตุระเบิดที่กรุงเทพฯ ย่อมมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าที่อื่นๆ เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แน่นอน ภาวะเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในช่วงภาวะลำบาก จึงยิ่งลำบากมากยิ่งขึ้น ความหวังที่จะพึ่งการท่องเที่ยวที่กำลังบูมมาช่วยเศรษฐกิจก็เริ่มเลือนรางลงทันทีที่เสียงระเบิดดังขึ้น
สำหรับภาวการณ์ลงทุนที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงสูงทั้งจากภาวะเศรษฐกิจจริงๆ ที่ส่งสัญญาณชะลอตัวและภาวะจิตใจของผู้คนที่ตื่นตระหนกเช่นนี้ เราควรทำอย่างไรดีคงเป็นคำถามที่หลายคนคิดอยู่ในใจ เช้าวันอังคาร ผมก็นั่งอ่านคำแนะนำของบรรดากูรูนักลงทุนหลายๆ สำนักต่างก็ให้ความเห็นที่แตกต่างกันไป บางคนก็แนะนำให้ล้างพอร์ตถึงขนาดให้ตั้งขาย ATO เลยทีเดียว บางคนก็บอกเป็นโอกาสของการลงทุน บางคนก็บอกให้ถือเงินสดเพื่อรอความชัดเจน ฯลฯ คำแนะนำทั้งหมดนี้ก็มาจากความเชื่อหรือทัศนคติในการลงทุนสำหรับแต่ละคน คงบอกไม่ได้ว่าใครถูกหรือผิด จนกว่าจะรู้ผลลัพธ์ว่าใครประสบความสำเร็จในการลงทุนครั้งนี้บ้าง แต่นั่นก็ยังไม่ได้หมายความว่า กลยุทธ์นั้นเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง เพราะที่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่เพราะฝีมืออาจเพราะฟลุกก็เป็นได้
พูดถึงวิธีบริหารความเชื่อเพื่อการตัดสินใจการลงทุนที่ถูกต้อง ก่อนอื่นเราต้องยอมรับก่อนว่า เราทุกคนมีความเชื่อหรือมีทัศนคติต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวอยู่แล้วตามธรรมชาติ (ไม่เฉพาะกับการลงทุน) เราไม่สามารถทำตัวไม่ให้มีความเชื่อหรือทัศนคติได้
ความเชื่อหรือทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง จะก่อให้เกิดการตัดสินใจลงทุนที่ผิดพลาด
การตัดสินใจลงทุนที่ผิดพลาด มักจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ของการลงทุนที่ไม่ดี (บางครั้งผลลัพธ์ที่ได้อาจจะดี ซึ่งก็ถือว่าเป็นโชคดี ไม่ใช่ฝีมือ หรือลาภมิควรได้ ดังตารางความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการ ตัดสินใจลงทุนกับผลลัพธ์ที่ได้ข้างล่าง
การบริหารความเชื่อหรือทัศนคติที่ดีควรทำอย่างไร ผมขอนำข้อคิดของ มร.ปีเตอร์ เอลส์ตัน ที่เคยให้ไว้มาแชร์ให้พวกเราได้พิจารณาปรับใช้ในภาวการณ์ลงทุนตอนนี้ ดังนี้ครับ
1.ก่อนลงทุนทุกครั้ง ต้องตระหนักถึงความเชื่อหรือทัศนคติที่เราใช้เสมอ ถามตัวเองว่า ตอนนี้เรากำลังตัดสินใจบนความเชื่อหรือทัศนคติอะไร สมเหตุสมผล หรือไม่
2.เข้าใจความเสี่ยงของการลงทุนที่ถูกต้อง ความ
เสี่ยงไม่ใช่สิ่งที่ต้องตระหนก แต่เป็นสิ่งที่ต้องตระหนัก ต้องเรียนรู้ และเข้าใจ
3.ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดที่ผ่านมาเสมอ
4.ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุน และติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด
5.อย่ามองหาสิ่งมหัศจรรย์ในการลงทุน ระลึกไว้เสมอว่า “อะไรก็ตามที่ดูแล้วเหลือเชื่อ ขอให้เชื่อไว้เถอะว่ามันเหลือเชื่อจริงๆ” การลงทุนเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ต้องศึกษา ทุ่มเท และจริงจัง จึงจะได้รับผลตอบแทนของการลงทุนที่ดี
6.อย่าให้อารมณ์มามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงทุน ไม่ว่าจะเป็นความโลภ หรือความตื่นตระหนก
7.อย่าสับสนระหว่างความสามารถที่แท้จริงกับโชคที่เราลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดี อาจไม่ใช่มาจากฝีมือ แต่เป็นเพราะโชคดีก็ได้
8.ระลึกไว้เสมอว่า สิ่งที่เห็น สิ่งที่รับรู้ อาจเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่เป็นจริง
9.ยึดมั่นกระบวนการลงทุนที่ถูกต้องเสมอ
10.มองยาว การลงทุนที่ดีควรเป็นการลงทุนระยะยาว อย่าเน้นการหาผลตอบแทนระยะสั้น
11.ให้ความสำคัญทั้งกำไรและขาดทุนเท่าๆ กัน
ขอให้พวกเรามีสติในการลงทุน และประสบความสำเร็จในการลงทุนครับ







