posttoday
ทนายความรับวิ่งเต้นศาลจำคุก 3 ปี

ทนายความรับวิ่งเต้นศาลจำคุก 3 ปี

20 สิงหาคม 2558

วันนี้ทนายคลายทุกข์จะขอนำเรื่องราวของวิชาชีพทนายความมานำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบ กรณีทนายความท่านหนึ่งประพฤติตนไม่เหมาะสม แทนที่จะรับว่าความแต่กลับไปรับวิ่งความ เรื่องราวอย่างย่อ จำเลยคดีนี้เป็นทนายความจำเลยในคดียาเสพติด พนักงานอัยการโจทก์คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย เนื่องจากอัตราโทษสูงเกรงว่าจะหลบหนี ทนายจำเลยจึงอาสาที่จะไปเจรจากับอัยการเจ้าของสำนวน เพื่อไม่ให้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งจะทำให้ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวได้ง่าย โดยการอ้างว่าอัยการเจ้าของสำนวนเรียกเงิน 40,000 บาท ซึ่งความจริงแล้วอัยการเจ้าของสำนวนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด สุดท้ายญาติของจำเลยไปพบอัยการเพื่อขอต่อรองเงินจาก 40,000 บาท เหลือ 30,000 บาท เรื่องจึงแดงขึ้น และมีการแจ้งความดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับการเรียกเงิน เพื่อจูงใจให้เจ้าพนักงานกระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ตามกฎหมายอันเป็นคุณหรือโทษแก่บุคคลอื่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143 ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา เพราะการกระทำของจำเลยซึ่งเป็นทนายความเป็นเรื่องร้ายแรงมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรมโดยตรง คดีนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่เป

วันนี้ทนายคลายทุกข์จะขอนำเรื่องราวของวิชาชีพทนายความมานำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบ กรณีทนายความท่านหนึ่งประพฤติตนไม่เหมาะสม แทนที่จะรับว่าความแต่กลับไปรับวิ่งความ เรื่องราวอย่างย่อ จำเลยคดีนี้เป็นทนายความจำเลยในคดียาเสพติด พนักงานอัยการโจทก์คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย เนื่องจากอัตราโทษสูงเกรงว่าจะหลบหนี ทนายจำเลยจึงอาสาที่จะไปเจรจากับอัยการเจ้าของสำนวน เพื่อไม่ให้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งจะทำให้ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวได้ง่าย โดยการอ้างว่าอัยการเจ้าของสำนวนเรียกเงิน 40,000 บาท ซึ่งความจริงแล้วอัยการเจ้าของสำนวนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด สุดท้ายญาติของจำเลยไปพบอัยการเพื่อขอต่อรองเงินจาก 40,000 บาท เหลือ 30,000 บาท เรื่องจึงแดงขึ้น และมีการแจ้งความดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับการเรียกเงิน เพื่อจูงใจให้เจ้าพนักงานกระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ตามกฎหมายอันเป็นคุณหรือโทษแก่บุคคลอื่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143 ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา เพราะการกระทำของจำเลยซึ่งเป็นทนายความเป็นเรื่องร้ายแรงมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรมโดยตรง คดีนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่เป็นทนายความจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่วิชาชีพเดียวกัน

รายละเอียดของคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 14171/2557

จำเลยเรียกเงินจาก น. กับ ส. โดยแอบอ้างว่าจะนำเงินไปให้พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนทำความเห็นไม่คัดค้านการขอปล่อยตัวชั่วคราวของ น. โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นคุณแก่ น. ซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญา แม้จำเลยจะยังไม่ได้รับเงินหรือนำเงินไปให้อัยการเจ้าของสำนวนตามที่จูงใจก็ตาม การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 143

ส. เป็นผู้ทราบข้อเท็จจริงต่างๆ จากจำเลยและอัยการเจ้าของสำนวนโดยตรง ส. จึงรู้ว่าจำเลยเรียกร้องเงิน โดยแอบอ้างว่าจะนำไปให้อัยการเจ้าของสำนวนช่วยเหลือไม่คัดค้านการขอปล่อยตัวชั่วคราวของ น. ส. จึงสามารถกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนถึงความผิดที่เกิดขึ้นอันมีลักษณะเป็นคำกล่าวโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2 (8) แม้ขณะ ส.ให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนจะมี อ. อัยการเจ้าของสำนวนร่วมรับฟังรับรู้ด้วยก็ตาม แต่ในการถามปากคำพนักงานสอบสวนก็ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยพยานบุคคล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 133 วรรคสอง ส่วน อ.จะมาแจ้งคำร้องทุกข์ในภายหลัง พนักงานสอบสวนก็ต้องถามปากคำตามบทกฎหมายเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ ในอันจะพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 131 เมื่อ ส.กับ อ.ไปให้ถ้อยคำด้วยความเต็มใจ การสอบสวนของพนักงานสอบสวนจึงชอบด้วยกฎหมาย (ย่อฎีกาโดยหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกาของเนติบัณฑิตยสภา ตอนที่ 9)

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 131 ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา เพื่อจะรู้ตัวผู้กระทำผิดและพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา

มาตรา 133 พนักงานสอบสวนมีอำนาจออกหมายเรียกผู้เสียหายหรือบุคคลใด ซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อว่าถ้อยคำของเขาอาจเป็นประโยชน์แก่คดีให้มาตามเวลาและสถานที่ในหมายแล้วให้ถามปากคำบุคคลนั้นไว้

การถามปากคำนั้นพนักงานสอบสวนจะให้ผู้ให้ถ้อยคำสาบานหรือปฏิญาณตัวเสียก่อนก็ได้ และต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยพยานบุคคล

ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนตักเตือน พูดให้ท้อใจหรือใช้กลอุบายอื่น เพื่อป้องกันมิให้บุคคลใดให้ถ้อยคำ ซึ่งอยากจะให้ด้วยความเต็มใจ

ในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ การถามปากคำผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิง ให้พนักงานสอบสวนซึ่งเป็นหญิงเป็นผู้สอบสวน เว้นแต่ผู้เสียหายนั้นยินยอมหรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่น และให้บันทึกความยินยอมหรือเหตุจำเป็นนั้นไว้ ทั้งนี้ ผู้เสียหายจะขอให้บุคคลใดอยู่ร่วมในการถามปากคำนั้นด้วยก็ได้

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจัดให้ผู้เสียหายหรือพยานยืนยันตัวผู้กระทำความผิดในชั้นจับกุมหรือชี้ตัวผู้ต้องหาในคดีอาญา ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือพนักงานสอบสวนจัดให้มีการยืนยันตัวผู้กระทำความผิดหรือชี้ตัวผู้ต้องหาในสถานที่ที่เหมาะสม และสามารถจะป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องหาเห็นตัวผู้เสียหายหรือพยาน โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เสียหายหรือพยานเท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งกรณี เว้นแต่ผู้เสียหายหรือพยานนั้นยินยอม และให้บันทึกความยินยอมนั้นไว้

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 143 ผู้ใดเรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการ หรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ต้องระวางโทษ
จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

การยึดในจริยธรรมในวิชาชีพกฎหมาย ดีกว่าการประพฤติตนออกนอกลู่นอกทาง เพราะสุดท้ายจะได้รับผลกรรมเหมือนกับทนายความในคดีนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท