
น้ำมันขาลง กำไรหด20%
สถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงขาลงมาตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ส่งให้ผลประกอบการของบริษัท ปตท. ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 ลดลง 1.1 หมื่นล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงขาลงมาตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ส่งให้ผลประกอบการของบริษัท ปตท. ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 ลดลง 1.1 หมื่นล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ผลประกอบการในกลุ่ม ปตท. ครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้มีกำไรสุทธิรวม 4.63 หมื่นล้านบาท ลดลง 1.15 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 20%
“แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง จะขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคว่าจะได้รับการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร แต่ในส่วนของ ปตท.ถือว่าได้ผ่านจุดเลวร้ายสุดแล้ว” นายไพรินทร์ กล่าว
นายไพรินทร์ มั่นใจว่าโครงสร้างธุรกิจและฐานะการเงินของ ปตท.ยังแข็งแกร่ง แม้ราคาพลังงานจะผันผวน โดยครึ่งปีแรกปริมาณขายโดยรวมเติบโตต่อเนื่อง แต่ราคาเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ลดลงตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง 46.2% ส่วนครึ่งปีหลังคาดว่าราคาน้ำมันดิบจะอยู่ที่ 50-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
นอกจากนี้ การเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาพลังงานของกระทรวงพลังงาน ทั้งราคาน้ำมันและก๊าซ ช่วยลดภาระขาดทุนของ ปตท.ในการอุดหนุนราคาพลังงาน โดยเฉพาะการทยอยปรับเพิ่มราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ลดการอุดหนุนราคาของ ปตท.เหลือ 5,500 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก จากช่วงครึ่งปีที่แล้วที่ต้องอุดหนุน 1 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ปตท.ยังได้ปรับลดแผนการลงทุนในปี 2558 จาก 7.72 หมื่นล้านบาท เหลือ 5.56 หมื่นล้านบาท โดยที่ผ่านมาได้ทบทวนแผนการลงทุนมาแล้ว 2 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ขณะที่การปรับแผนลงทุนครั้งนี้เป็นการชะลอการลงทุนในต่างประเทศ เช่น โครงการถ่านหิน การลงทุนสร้างคลังนำเข้าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เฟส 2 เนื่องจากปริมาณการนำเข้าแอลพีจีลดลงเหลือ 8 หมื่นตัน/เดือน จากเดิมที่เคยมีการนำเข้าสูงถึง 1.6 แสนตัน/เดือน
นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน ปตท. กล่าวว่า ปตท.มั่นใจผลการดำเนินงานระยะยาว แม้ผลประกอบการจะมีกำไรลดลง แต่ในกลุ่มธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมียังมีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น ส่วนโครงสร้างราคาน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ยอดใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้น







