
บอมบ์บีบ‘เถ้าแก่น้อย’เลื่อนเข้าตลท.
ระเบิดกดดันเถ้าแก่น้อยเลื่อนเข้า ตลท. ATP30-JWD-ออริจิ้นฯ เดินหน้าตามแผน
ระเบิดกดดันเถ้าแก่น้อยเลื่อนเข้า ตลท. ATP30-JWD-ออริจิ้นฯ เดินหน้าตามแผน
แหล่งข่าวจาก บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้เลื่อนแผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จากกำหนดเดิมในช่วงกลางเดือน ก.ย. 2558 ออกไปก่อน โดยขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดช่วงเวลาในการซื้อขายหุ้นรวมถึงเลื่อนการกำหนดราคาขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ในปลายเดือน ส.ค. หรือต้นเดือน ก.ย.นี้ เพื่อติดตามและประเมินถึงสถานการณ์ตลาดก่อน
นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ หรือ JWD ผู้ให้บริการรับฝากสินค้าและให้บริการด้านโลจิสติกส์ภาคพื้นดินอย่างครบวงจร กล่าวว่า บริษัทยืนยันจะขายหุ้นไอพีโอและเข้าจดทะเบียนใน ตลท.ภายในเดือน ก.ย.นี้ โดยบริษัทจะเสนอขายหุ้นจำนวน 120 ล้านหุ้น หรือ 20% ของทุนที่เรียกชำระแล้วทั้งหมด 600 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท
ด้าน บริษัท เอทีพี 30 หรือ ATP30 ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการรับส่งพนักงานจากแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการ โดยเฉพาะรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (อีสเทิร์นซีบอร์ด) ที่มีบริษัท แอสเซท โปรแมเนจเม้นท์ (APM) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินยังคงเดินหน้าในการขายหุ้นไอพีโอจำนวน 160 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท ในราคาหุ้นละ 0.95 บาท ตามกำหนดเวลาเดิมโดยจะเปิดขายหุ้น ระหว่างวันที่ 19-21 ส.ค.นี้ และคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรกในวันที่ 27 ส.ค. 2558
สำหรับบริษัทที่วางแผนจะเปิดขายหุ้นในไตรมาส 3 โดย นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า บริษัทจะดำเนินการเสนอขายไอพีโอตามแผนที่วางไว้ไตรมาส 3 นี้ และมองว่าการที่ดัชนีหุ้นลดลงเป็นโอกาสของผู้ลงทุนที่จะได้ซื้อหุ้นในราคาที่มีส่วนลด และมั่นใจว่านักลงทุนยังให้ความสนใจลงทุนในหุ้นไอพีโอเพราะการลงทุนในตลาดหุ้นอยู่ในภาวะที่ลงทุนลำบาก
“ธุรกิจของบริษัทมีการเติบโตต่อเนื่องและในครึ่งแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 230 ล้านบาท ติด 1 ใน 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาด และขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นสูงถึง 130% ถือว่าดีมากเพราะเน้นทำโครงการยูนิตไม่เยอะ โครงการโลว์ไรส์ที่สามารถสร้างรายได้ได้อย่างมั่นคง โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 2,000 ล้านบาท ที่ผ่านมา 6 เดือนทำได้แล้ว 1,080 ล้านบาท” นายพีระพงศ์ กล่าว
บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ KOOL ดำเนินธุรกิจหลักในการจัดหาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความเย็น ภายใต้ตราสินค้า MASTERKOOL และ Cooltop โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ทรีนีตี้เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เตรียมความพร้อมขายหุ้นไอพีโอ 120 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 0.25 บาท เพื่อเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายในไตรมาส 3/2558
บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) จะเข้าตลท. จากเกณฑ์ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) จะ สำรวจราคาขายจากนักลงทุนสถาบัน กำหนดช่วงราคา 2.10-2.30 บาท ถือว่าให้ส่วนลด 30% จากราคาเป้าหมาย 3.30 บาทปลายสัปดาห์นี้







