
เปิดยุทธศาสตร์ฮาลาลไทย ดันส่งออกติด 1 ใน 5 ของโลก
ธุรกิจและผลิตภัณฑ์ฮาลาลไทยที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
ธุรกิจและผลิตภัณฑ์ฮาลาลไทยที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ มีโอกาสเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดโลก ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ จากจำนวนประชากรมุสลิมกว่า 1,700 ล้านคนทั่วโลก
รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพธุรกิจและสินค้าฮาลาลของประเทศไทย ระหว่างปี 2559-2563 (แผน 5 ปี) มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการตามเป้าหมาย ภายใน 5 ปี จะเพิ่มยอดส่งออกสินค้าและบริการฮาลาลเพิ่มเท่าตัว หรือมีมูลค่า 2 แสนล้านบาท
“อาทิตย์ วุฒิคะโร” อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพธุรกิจและสินค้าฮาลาลของประเทศไทย ระหว่างปี 2559-2563 จะมียุทธศาสตร์สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1.การเสริมสร้างศักยภาพ มาตรฐาน ตลาด และการตรวจสอบการรับรองตราสินค้าฮาลาล 2.เสริมสร้างศักยภาพการผลิตสินค้าและบริการฮาลาล 3.การพัฒนาผู้ประกอบการสู่ตลาดสากล และ 4.การพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยและเพื่อการพัฒนาสินค้าและบริการฮาลาล
ทั้งนี้ จะเริ่มผลักดันยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการในปีงบประมาณ 2559 (ต.ค. 2558-ก.ย. 2559) ผ่านงบประมาณในโครงการต่างๆ รวม 403.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่วางไว้ จากที่ผ่านมายังไม่มีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนมากนัก
สำหรับยุทธศาสตร์แรก คือ การเสริมสร้างศักยภาพ มาตรฐาน ตลาด และการตรวจสอบการรับรองตราสินค้าฮาลาล ที่จะต้องปรับให้การตรวจสอบ การขอใบรับรองตรงเครื่องหมายฮาลาล ทำได้รวดเร็วในระยะเวลา 1 เดือน จากที่ผ่านมาต้องใช้เวลานานถึง 3-4 เดือน โดยจะมีการให้งบสนับสนุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ที่มีอยู่ 40 แห่งทั่วประเทศ ที่จะต้องเพิ่มจำนวนบุคลากรมารองรับ และเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้รับความสะดวกมากขึ้น
ขณะเดียวกัน จะเพิ่มงบสนับสนุนทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข ที่มีห้องแล็บที่สามารถตรวจคุณภาพการผลิตและรับรองฮาลาลได้ ที่ต้องมีการพัฒนาบุคลากรและเครื่องมือต่างๆ มารองรับ รวมถึงทุกหน่วยงานต้องให้การรับรองที่รวดเร็วขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันให้เอกชนไทย
ยุทธศาสตร์ที่ 2 เสริมสร้างศักยภาพการผลิตสินค้าและบริการฮาลาล ทำให้ผู้ประกอบการมีกระบวนการผลิตสินค้าที่มีมาตรฐาน และได้รับรองมาตรฐานการผลิตต่างๆ ประกอบกันทั้ง GMP และ HACCP ที่ต้องได้การรับรองมาตรฐานสินค้าก่อนที่จะได้การรับรองฮาลาล ทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่แข่งขันได้ พร้อมกับการเพิ่มผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองฮาลาลให้ได้ปีละ 500 รายในกลุ่มอาหาร จากปัจจุบันมีผู้ประกอบการกลุ่มอาหารของประเทศไทยที่ได้รับรองฮาลาลประมาณ 7,000-8,000 ราย
รวมทั้งกำหนดมาตรฐานของฮาลาลในกลุ่มสินค้าอื่น ทั้งกลุ่มอาหารและไม่ใช่อาหาร กลุ่มภาคบริการ อาทิ กลุ่มสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เภสัชภัณฑ์ สมุนไพร สปา โรงแรม ท่องเที่ยว และโรงพยาบาล เพื่อรองรับตลาดกลุ่มลูกค้ามุสลิมที่มีขนาดใหญ่ มีจำนวนประชากรทั่วโลกรวมกว่า 1,700 ล้านคน และมีกำลังซื้อสินค้าในระดับสูงต่อเนื่องไปในอีก 5-10 ปีข้างหน้า
3.การพัฒนาผู้ประกอบการสู่ตลาดสากล โดยมีเป้าหมายภายในปี 2563 ประเทศไทยจะต้องส่งออกสินค้าฮาลาลติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก จากปัจจุบันประเทศไทยส่งออกสินค้าฮาลาลเป็นอันดับ 13 ของโลก ทั้งการร่วมจัดงานแสดงสินค้าฮาลาลขนาดใหญ่ในประเทศไทยให้ได้ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า ในรูปแบบเดียวกับการจัดงาน GULFOOD ที่เป็นงานแสดงสินค้าฮาลาลที่ใหญ่ระดับโลก จัดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การส่งเสริมผู้ประกอบการไปร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ และการทำแบรนด์สินค้าของผู้ประกอบการไทยให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยและเพื่อการพัฒนาสินค้าและบริการฮาลาลผ่านการใช้งานวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์มาช่วยขับเคลื่อน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการฮาลาลของไทย
ทั้งนี้ จากแผนงานต่างๆ ที่เตรียมผลักดันยุทธศาสตร์ฮาลาลของประเทศไทย กสอ.เตรียมจัดงานสัมมนาครั้งใหญ่ “แกะรอยยุทธศาสตร์ฮาลาล ชอบกดไลค์ ใช่ คือโอกาสทอง” ในวันพฤหัสบดีที่ 20 ส.ค. 2558 ในเวลา 08.00-12.30 น. ที่ห้องบางกอกคอนเวนชันซ็นเตอร์ ชั้น 5 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยจะเป็นการร่วมผนึกกำลังจากหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานสัมมนานี้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเป็นการชี้นำแนวทางและโอกาสต่างๆ แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี สามารถเข้าร่วมฟังงานสัมมนาได้ฟรี เพื่อสานต่อยุทธศาสตร์ฮาลาลไทยให้บรรลุเป้าหมายในตลาดโลก







