
ท่องเที่ยวปลายปีจับไข้ ยกเลิกจองส่อพุ่ง-ไมซ์สะเทือน
อกสั่นขวัญแขวนทั้งประเทศกับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดบริเวณศาลพระพรหม สี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
อกสั่นขวัญแขวนทั้งประเทศกับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดบริเวณศาลพระพรหม สี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 124 คน และเสียชีวิต 23 คน ภาพผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตถูกเผยแพร่ผ่านสื่อทุกแขนงออกไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความไม่แน่นอนให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่กำลังพุ่งทะยานติดลมบน โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.-16 ส.ค. นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยถึง 19.046 ล้านคน เติบโต 28% และรัฐบาลฝากความหวังว่าการท่องเที่ยวจะเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ในยามที่เครื่องยนต์ตัวอื่น ทั้งภาคการลงทุน การส่งออกอ่อนแรงตามสภาวะเศรษฐกิจโลก
ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) สะท้อนภาพการท่องเที่ยวไทยในเวลานี้ว่า เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลใจให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและคนไทยว่าเหตุการณ์ระเบิดจะเกิดขึ้นต่อเนื่องมีลูกต่อไปอีกหรือไม่ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงต้องเร่งควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย
ทั้งนี้ เชื่อว่าระยะสั้นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (เอฟไอที) จะชะลอการเดินทางกราบไหว้ศาลพระพรหมสถานที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มผู้มีเชื้อสายจีนต่างนิยมเดินทางมากราบไหว้
คำร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ ทำให้นักท่องเที่ยวตลาดจีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ปักหมุดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ และต้องหาเวลาเดินทางมากราบไหว้เมื่อมาเยือนประเทศไทย ส่วนกลุ่มที่เดินทางมากับบริษัททัวร์ สมาคมได้แจ้งให้สมาชิกหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ซึ่งนักท่องเที่ยวบางส่วนเลี่ยงที่จะเข้าพักในกรุงเทพฯ และเข้าพักในจังหวัดใกล้เคียง เช่น พัทยา จ.ชลบุรี
“หากไม่มีลูกที่ 2 ที่ 3 เกิดขึ้น จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาการฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจอย่างน้อย 2 เดือน ถึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพราะครั้งนี้ภาพความรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นย่านใจกลางเมือง สะท้อนภาพการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ซึ่งในอีก 2-3 วันข้างหน้า เชื่อว่านักท่องเที่ยวในหลายตลาดจะทยอยยกเลิกมาไทยเพิ่มขึ้น” ศิษฎิวัชร กล่าว
ด้านแผนฟื้นฟูนับจากนี้ต้องติดตามความชัดเจนจากฝ่ายความมั่นคงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นก่อน เพราะมองว่าแต่ละประเด็น เช่น ปัญหาการเมืองภายในประเทศ ความมั่นคง การก่อการร้ายข้ามชาติ การฟื้นฟูความเชื่อมั่นจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป
ที่ผ่านมาสถานการณ์การเมือง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีความคุ้นเคยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยยาวนานกว่า 10 ปี และเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์ร้ายจะไม่พุ่งเป้าที่ตัวนักท่องเที่ยว รวมถึงนักท่องเที่ยวสามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางไปท่องเที่ยวยังจังหวัดอื่นได้ แต่หากเป็นประเด็นอื่นต้องวางกลยุทธ์ใหม่อีกครั้ง เพราะถือเป็นเรื่องที่ภาคการท่องเที่ยวไทยไม่เคยประสบเหตุ
ละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคเหนือ กล่าวว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนยังไม่มีการยกเลิกการเดินทางมาเชียงใหม่ ขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่มีแนวคิดในการปรับแผนรับมือ เพราะยังไม่ความชัดเจนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น เบื้องต้นมองว่าระยะ 1-2 สัปดาห์นี้ นักท่องเที่ยวจีนยังไม่ยกเลิกมา เพราะมีเที่ยวบินตรงสู่เชียงใหม่ โดยไม่ผ่านกรุงเทพฯ แต่ถ้าเหตุการณ์รุนแรงและขยายวงกว้างอาจกระทบต่อการตัดสินใจมาได้
สุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ (ทิก้า) เล่าว่า เชื่อว่านักท่องเที่ยวกลุ่มการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์)ที่มีแผนการจัดประชุมสัมมนาใน 2-3 เดือนข้างหน้า จะทยอยยกเลิกการเดินทางมาไทยเกือบเกลี้ยงตลาด เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ต้องเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างสูงสุด ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มไมซ์เป็นตลาดที่ฟื้นตัวช้าที่สุด ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-8 เดือน และต้องมีแผนความเชื่อมั่นระยะยาวนำเสนอ
ส่วนการจัดประชุมระยะสั้นที่จะเกิดขึ้น เช่น งานประชุมใหญ่วันที่ 23-26 ส.ค. จะมีผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก 2,000 คน เชื่อว่าผู้เข้าร่วมประชุมจะยกเลิกทันที 50% ประมาณ 400 คน
“ที่ผ่านมาไทยสูญเสียงบประมาณในการกระตุ้นตลาดไมซ์ให้กลับมาจำนวนมาก เพราะเป็นตลาดที่แข่งขันสูง ทุกประเทศให้ความสำคัญ ความไม่แน่นอนที่เกิดกับประเทศไทย สร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจนย้ายฐานไปจัดงานประเทศอื่น เช่น สิงคโปร์ แทนไทย” สุเมธ กล่าว
ยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) บอกว่า ภาพคนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ตอกย้ำให้คนไทยรู้สึกหดหู่ กระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวไทย และมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เม็ดเงินรายได้ของคนไทยลดลง จนกระทบกันเป็นลูกโซ่
ทั้งนี้ รัฐบาลต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยเร่งให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติให้ดีที่สุด โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องประสานการเดินทางให้เขาสามารถติดต่อกับญาติผู้บาดเจ็บได้อย่างสะดวก
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นตัวแทนรัฐบาลออกสาสน์แสดงความเสียใจให้กับญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ พร้อมทำความเข้าใจในระดับรัฐบาล เพื่อให้การฟื้นฟูด้านการท่องเที่ยวนับจากนี้เป็นไปอย่างรวดเร็ว







