posttoday
เวียดนามแซงไทยตีตลาดพม่า

เวียดนามแซงไทยตีตลาดพม่า

18 สิงหาคม 2558

อันดับลงทุนไทยในพม่าร่วง เวียดนามแซงก่อสร้างขึ้นที่ 2 ทูตกระตุ้นธุรกิจไทยอย่าช้า

อันดับลงทุนไทยในพม่าร่วง เวียดนามแซงก่อสร้างขึ้นที่ 2 ทูตกระตุ้นธุรกิจไทยอย่าช้า

นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัคร ราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง เปิดเผยว่า ขณะนี้เมียนมาเปลี่ยนสถานะกลายเป็นประเทศที่รักของคนทั้งโลก หรือ Darling of The World ไปแล้ว โดยทุกประเทศต่างอยากจะเข้าไปลงทุน ขณะที่ไทยซึ่งเคยเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของเมียนมา และเป็นผู้ลงทุนอันดับ 2 ในเมียนมา มีโอกาสที่อันดับการลงทุนจะลดลงมาเรื่อยๆ เพราะมีชาติอื่นเข้าไปแข่งขันเพิ่มขึ้น

“การลงทุนภาคก่อสร้างของเราตอนนี้ตกลงไปเป็นอันดับ 5 ขณะที่เวียดนามขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ขณะที่การลงทุนธุรกิจโรงแรมของเรายังต่อเนื่อง แต่ประเทศต่างๆ ก็มีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มูลค่าการลงทุนที่ยังคงเหลือของเราหล่นจากอันดับ 2 มาสู่อันดับ 6 ขณะที่การค้านั้นตอนนี้ก็ไม่ได้มีแค่ไทยกับจีนเท่านั้น แม้แต่สบู่ก็มีแบรนด์จากออสเตรเลียเข้ามา แบรนด์ต่างประเทศบางรายมีคุณภาพสู้เราได้ และราคาถูกกว่าด้วย” นายพิษณุ กล่าว

ทั้งนี้ เหตุผลที่อันดับของไทยตกลง เพราะความสนใจของไทยต่อเศรษฐกิจเมียนมานั้นยังน้อยมาก นักธุรกิจไทยจะอยู่แบบเดิมไม่ได้ ต้องมองให้เห็นโอกาส และมองเมียนมาในแบบที่เขาเป็น หากยังคงอยู่เฉยๆ ก็มีโอกาสที่ไทยจะเสียตำแหน่ง เสียประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และอันดับการลงทุนในเมียนมาของไทยอาจตกจากอันดับ 6 ไปสู่อันดับ 8 ได้หลังจากมีการเลือกตั้งทั่วไประยะหนึ่งแล้ว

เอกอัครราชทูตไทย กล่าวว่า เมียนมามีปัจจัยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นหลายด้าน เริ่มจากเรื่องการเมืองและความมั่นคง รัฐบาลเมียนมากำลังจะเจรจากับชนกลุ่มน้อยในเมียนมาภายในกลางเดือน ก.ย.นี้ เพื่อลงนามสัญญาการหยุดยิง การลงนามดังกล่าวจะช่วยให้ไทยได้รับประโยชน์ด้วย เพราะรัฐต่างๆ เช่น รัฐคะยา รัฐคะฉิ่น จะมีโอกาสทางเศรษฐกิจตามมาอีกมากมาย

ขณะที่การเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมานั้น แม้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีกระแสข่าวที่ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าการเมืองและการเลือกตั้งของเมียนมาจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร แต่ส่วนตัวมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้การเมืองในเมียนมามีความชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกันเมียนมายืนยันมาตลอดว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นอิสระและยุติธรรม จึงมั่นใจได้ว่าเมียนมาจะยังเดินหน้าสู่การปฏิรูป

สำหรับด้านเศรษฐกิจนั้น มีการออกนโยบายดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ให้ดึงดูดมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มซีแอลเอ็มวี การแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ การผลักดันให้เกิดตลาดหลักทรัพย์ย่างกุ้งในเดือน ต.ค.นี้ นอกจากนี้มีการประมาณการว่า ปีนี้และปีหน้าเมียนมาจะมีเศรษฐกิจเติบโตปีละประมาณ 8% เศรษฐกิจจะพลิกโฉมภายใน 10 ปี จากการมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง และในช่วง 15 ปีจากนี้ เอฟดีไอจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 14% จึงอยากให้นักลงทุนไทยมีส่วน 5% ใน 14% ของอัตราดังกล่าว

“ต่างชาติไม่ได้รอคอยอยู่ที่ประเทศตัวเองแบบไทย ตอนนี้เขาไปหาที่อยู่ในเมียนมาเพื่อรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแล้ว เราจึงไม่สามารถรอจนเมียนมามีทุกอย่างพร้อม แล้วค่อยเข้าไปทำธุรกิจในเมียนมา เพราะถึงวันนั้นจะไม่มีที่ยืนให้นักธุรกิจไทยเลยแม้แต่น้อย” นายพิษณุ กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า