
สะดวกซื้อยึดเมือง
โดย...สมหทัย โมสิกะ
โดย...สมหทัย โมสิกะ
ชาวเวียดนามกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมจากเดิมที่ซื้อสินค้าในตลาดสดมาเป็นซื้อของในร้านสะดวกซื้อแทนซึ่งกลายเป็นโอกาสของบรรดานักลงทุนจำนวนมาก
เว็บไซต์ thanhniennews.com ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้“วินกรุ๊ป” เครือธุรกิจยักษ์ใหญ่ของประเทศตั้งเป้าจะจ้างพนักงาน 1 หมื่นคน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต50 แห่ง และร้านสะดวกซื้อ 360 แห่งแต่ถ้าพูดถึงตัวจริงที่กระพือตลาดในเวียดนามให้คึกคัก ต้องยกให้นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามายึดพื้นที่มาระยะหนึ่งแล้ว ทั้ง “เซอร์เคิล เค” เชนอเมริกันที่เปิดร้านสะดวกซื้อสาขาที่ 100 ในนครโฮจิมินห์ ซิตี้ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา และมีแผนเปิดร้าน 150 สาขาในเวียดนามภายในปีนี้
ขณะที่ “ช็อปแอนด์โก” จากสิงคโปร์ มีร้านสะดวกซื้อในเวียดนามแล้ว 126 แห่ง นับตั้งแต่เข้ามาในตลาดเมื่อปี 2548 และกลายเป็นผู้นำของตลาดในปัจจุบัน
คาดกันว่าการแข่งขันในตลาดนี้จะดุเดือดขึ้นอีกหลังจาก “เซเว่นอีเลฟเว่น” เชนดังของญี่ปุ่น ได้ประกาศแผนเข้ามาบุกตลาดนี้ในปี 2560
ดิงห์ ถิ หมี ลวาน ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกเวียดนาม อธิบายว่า ร้านสะดวกซื้อกำลังเติบโต เพราะคนท้องถิ่นมีรายได้มากขึ้นจึงต้องการสินค้าและบริการคุณภาพสูงขึ้น และหันมาใช้บริการของร้านสะดวกซื้อ
สอดคล้องกับผลสำรวจของนีลเส็น ที่ว่าผู้บริโภคเริ่มตีจากตลาดสดและร้านค้าแบบดั้งเดิม โดยตอนนี้ส่วนแบ่งของตลาดสดลดลง 5% และร้านขายของชำลดลง 17% ในปี 2557 เมื่อเทียบกับปี 2555 เช่นเดียวกับความถี่ในการใช้บริการที่ลดลง สวนทางกับการซื้อของในคอนวีเนียน สโตร์ที่เติบโตขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมือง
เหวียน บาว ล็อก รองผู้อำนวยการทั่วไปของอินทิเม็กซ์ เวียดนาม บริษัทค้าปลีกท้องถิ่น บอกว่า บรรดาผู้ค้าปลีกต่างเน้นการเปิดร้านสะดวกซื้อมากขึ้น เพราะใช้พื้นที่และเงินลงทุนน้อยกว่าเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต แถมนักลงทุนยังทำกำไรได้ง่ายกว่า ใช้เวลาคืนทุนเร็วกว่า เพราะค่าเช่าถูก หรือประมาณ 9 เหรียญสหรัฐ/ตารางเมตร ขณะที่ค่าพื้นที่ในทำเลดีๆ สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ตแพงกว่าราว 10 เท่า
กูรูด้านค้าปลีกมองว่า เวียดนามมีศักยภาพสูงในการพัฒนาตลาดร้านสะดวกซื้อ เพราะตอนนี้ยังมีร้านจำนวนไม่มากนักหากเทียบกับจำนวนประชากร ทว่าก็มีความท้าทายอยู่ไม่น้อย เช่น การหาทำเลที่เหมาะสมในเมืองใหญ่ๆ และสายป่านทางการเงินที่อาจไม่ยาวพอ







