
หมดมาตรการอสังหาฯยอดอืด
ผู้ประกอบการแห่อัดแคมเปญเตือนหยุดลงทุนคอนโดใหม่
โพสต์ทูเดย์
— ตลาดบ้านเริ่มฝืด หลังหมดยากระตุ้นเข้าโลว์ซีซัน นายกคอนโดหวังเศรษฐกิจขยายตัวปั้นกำลังซื้อใหม่ปลายปีนายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงต้นของครึ่งปีหลังมีการซื้อขายที่เบาบางลง โดยมีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัย คือ ตลาดขาดการกระตุ้นต่อเนื่องจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา และในช่วงนี้เป็นฤดูฝนซึ่งเป็นโลว์ซีซันของตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องปกติที่ตลาดจะชะลอตัวลง
สำหรับในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงที่ตลาดดีมากจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว และยังมีมาตรการกระตุ้นช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อ แต่มาถึงไตรมาส 2 ตลาดเกิดความผันผวนเพราะวิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือน มี.ค. จนถึงกลางเดือน พ.ค. แต่มาตรการกระตุ้นก็ยังช่วยให้เดือน มิ.ย. มียอดขายโอนมากขึ้น
“
เมื่อมาตรการกระตุ้นหมด และเข้าสู่หน้าฝน ตลาดจะชะลอตัวลงไปบ้าง และคาดว่าจะกลับมาดีอีกครั้งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีไปจนถึงไตรมาสแรกของปีหน้าซึ่งเป็นไฮ ซีซั่นของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ถ้ารัฐบาลสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เป็นไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกำลังซื้อใหม่ให้เข้าสู่ตลาด” นายธำรงกล่าวด้านตลาดคอนโดมิเนียมขณะนี้แข่งขันค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะในระดับราคา 58 หมื่นบาทต่อตารางเมตร ที่มีสินค้าออกมาเป็นจำนวนมาก
ขณะที่กำลังซื้อในช่วงนี้น้อยลง ทำให้ผู้ประกอบการต้องใช้โปรโมชันต่างๆ มากระตุ้นการซื้อ เช่น ซื้อ 2 แถม 1 ลดเงินดาวน์ เงินจอง หรือวางเงินจองเท่าไหร่ลดให้อีกเท่านั้น เป็นต้น ส่วนการลดราคานั้นผู้ซื้อสามารถเจรจาต่อรองกันได้ทุกโครงการ
ทั้งนี้ ตลาดคอนโดมิเนียมได้เข้าสู่ช่วงขาลง แต่ยังไม่ตกลงไปถึงจุดต่ำสุด เพราะความต้องการซื้อใหม่จะยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะพฤติกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชนเปลี่ยนไป ราคาน้ำมันแพงขึ้น และมีการสร้างระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่อีกหลายเส้นทาง แต่การพัฒนาโครงการใหม่ๆ จะต้องทำด้วยความระมัดระวังมากขึ้นในเรื่องของทำเลและราคาที่เหมาะสม
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า สำหรับคอนโดมิเนียมจากการทำดัชนีชี้วัดสำรวจราคานั้น พบว่าคอนโดมิเนียมระดับกลางและระดับล่างนั้นที่ผ่านมามีการก่อสร้างค่อนข้างมาก โดยที่ผู้ประกอบการมีแผนจะก่อสร้างมากถึง 6 หมื่นยูนิต ถือว่าปริมาณสินค้าค่อนข้างมากไปเมื่อเทียบกับความต้องการ ดังนั้นจึงควรที่จะชะลอลงทุนออก ไปอย่างน้อย 1 ไตรมาส เพื่อไม่ให้จำนวนคอนโดมิเนียมออกมามากเกินไป







