
ฟิลลิปแนะสั้นรอจังหวะซื้อทองคำน้ำมัน
โพสต์ทูเดย์
— บล.ฟิลลิป แนะช่องลงทุนทองคำ รอจังหวะปรับฐานเหลือ 1,150 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ น้ำมันรอซื้อแถว 6070 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลนายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์หลักทรัพย์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนในเดือน ก.ค.นี้ ในระยะสั้นภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังอ่อนแอ และปัญหาหนี้ยุโรปจะยังสร้างความผันผวนในตลาด หุ้นต่อไป ขณะที่ราคาทองคำระยะสั้นมีเเนวโน้มอ่อนตัวจากเเรงขายทำกำไร เเนะนำ รอจังหวะซื้อสะสม
ขณะที่ราคาน้ำมันที่ผ่านมามีปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ (WTI) ซึ่งมีผลต่อมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ระยะสั้นจึงแนะนำพักเงินในตลาดเงิน เพื่อรอโอกาสสะสมทองคำเเละน้ำมันอีกครั้ง
“
ระยะสั้นมองว่าทองคำอาจปรับฐานลงไปที่ 1,150 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และมองแนวต้านระยะสั้นที่ 1,230 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งมองไว้เป็นจุดทยอยกำไร” นายสานุพงศ์ กล่าวขณะที่น้ำมันในระยะสั้นมีทิศทางใกล้เคียงกัน แนวโน้มอ่อนตัวตามเศรษฐกิจ กรอบการเคลื่อนไหว 7080 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สัญญาณทางเทคนิคยังไม่ชัด จึงแนะนำให้ทยอยขายเมื่อใกล้แนวต้านแรกที่มอง 75 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และถัดไปที่ 79 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หากราคาอ่อนตัวลงใกล้แนวรับที่ 6970 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทยอยสะสมได้
สำหรับปัจจัยระยะยาว เศรษฐกิจโลกยังคงเป็นขาขึ้นจึงยังเน้นลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง แต่ให้กระจายการลงทุนในกลุ่มเอเชียและตลาดเกิดใหม่ซึ่งเป็นผลเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโดยระยะสั้น อาจต้องทนรับกับความผันผวนของตลาดจากความกังวลปัญหาหนี้ในยุโรป และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจของประเทศหลักอย่างจีน ส่วนปัญหาเงินเฟ้อในกลุ่ม BRIC คาดว่ายังสามารถควบคุมได้ โดยจากข้อมูลล่าสุดจะเห็นได้ว่า เเม้เงินเฟ้อของจีนจะเร่งตัวขึ้นเเต่ก็ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 2.33.5% ขณะที่มองว่าการเเข็งค่าของหยวนจะช่วยชะลอแรงกดดันด้านราคาจากสินค้านำเข้าโดยเฉพาะน้ำมัน ส่วนในอินเดียซึ่งดูจะมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อสูงสุด เรามองว่าหากปัญหาภัยแล้งไม่รุนแรงอย่างที่คาด ก็อาจจะทำให้ระดับราคาไม่เร่งตัวเร็วเกินไปนัก
ขณะที่รัฐบาลเองก็ปรับใช้นโยบายการเงินเเบบเข้มงวดเเล้วเเละการเเข็งค่าของค่าเงินรูปีก็จะช่วยชะลอผลของเงินเฟ้อจากการนำเข้าเช่นกัน การที่เเต่ละประเทศมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อต่างกัน เราจึงเเนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังหลายๆ ประเทศในกลุ่มนี้มากกว่าที่จะกระจุกในประเทศใดประเทศหนึ่ง







