
แว่นกรุงไทยทำใจปรับลดเป้าขายลง10%
โพสต์ทูเดย์
— แว่นกรุงไทย ปรับเป้าขายลด 10% หลังการเมืองทุบกำลังซื้อ แถมวัยรุ่นหันซื้อแว่นผ่านเน็ตแทนซื้อที่ร้านนายชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผู้บริหารร้านแว่นกรุงไทย KTOptic เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ปรับเป้าการเติบโตในปีนี้ลดลง 10% เนื่องจากความไม่สงบทางการเมือง ทำให้ความมั่นใจในการจับจ่ายของผู้บริโภคลดลง และส่งผลกระทบต่อรายได้ในไตรมาส 2 ของบริษัทด้วย ซึ่งบริษัทคาดว่าสภาวะเช่นนี้จะยังคงอยู่ไปจนถึงไตรมาส 3 โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่เกิน 5%
ภาพรวมรายได้ในไตรมาส 4 นั้น ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ เนื่องจากต้องรอดูผลงานการดำเนินงานของรัฐบาลที่พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาได้หรือไม่
สำหรับตลาดแว่นตาในประเทศไทยที่มีมูลค่าประมาณ 5,500
–6,000 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับหลายปีที่ผ่านมาที่ 5% โดยเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว ประกอบกับผู้บริโภคกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะวัยรุ่น นักเรียน มีพฤติกรรมในการซื้อแว่นตาที่เปลี่ยนไป คือนิยมซื้อแว่นตาผ่านทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เพราะต้องการแว่นตาแฟชั่น จากเดิมที่ลูกค้ากลุ่มนี้จะมีผู้ปกครองซื้อให้ตามร้านแว่นตาทั่วไปนอกจากนี้ คอนแทคเลนส์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตลาดแว่นตาไม่เติบโตอย่างหวือหวา เพราะปัจจุบันคอนแทคเลนส์แฟชั่นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากผู้บริโภคทั่วไป โดยมีส่วนแบ่งในตลาดแว่นตารวมราว 30%
“
อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทในไตรมาสที่ 2 และ 3 ไม่เติบโตมากนักเนื่องจาก “แว่นตาแฟชั่นแบรนด์เนมที่มีราคาสูงมียอดขายลดลง เพราะลูกค้าชะลอการซื้อผู้บริโภคจะซื้อแต่สินค้าที่จำเป็นก่อน ส่วนสินค้าที่ไม่จำเป็น หรือสินค้าฟุ่มเฟือยจะชะลอออกไปก่อน” นายชัชวาลย์ กล่าวทางด้านแผนการขยายสาขาในปีนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดสาขาใหม่ 8 สาขา จากปัจจุบันมีกว่า 200 สาขา โดยครึ่งปีแรกเปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 3 สาขา ใช้เงินลงทุนแห่งละ 45 ล้านบาทได้แก่ บิ๊กซี มหาชัย. เควิลเลจ และที่จังหวัดปราจีนบุรี งบลงทุนต่อสาขาอยู่ที่ 4
– 5 ล้านบาท






