posttoday
เมื่อหยวนไม่หยวน อีกต่อไป

เมื่อหยวนไม่หยวน อีกต่อไป

18 สิงหาคม 2558

โดย...จิตรา อมรธรรม

โดย...จิตรา อมรธรรม

เช้าวันอังคารที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ปรับลดค่าเงินหยวนโดยกำหนดค่ากลางในการซื้อขายสกุลเงินหยวนที่ 6.2298 หยวน/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดของวันจันทร์ 1.84% โดยระบุว่าเป็น “One-time correction” เพราะในช่วงที่ผ่านมาเงินหยวนแข็งค่าเกินไป ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด และไม่สอดคล้องกับเศรษฐกิจจีนที่ชะลอ

ในวันที่ 12 ส.ค. PBOC ปรับลดค่ากลางในการซื้อขายเงินหยวนให้อ่อนค่าลงอีก 1.6% จากค่ากลางของวันก่อนหน้า เป็น 6.3306 หยวน/ดอลลาร์ แต่ในช่วงปิดตลาดก็แทรกแซงค่าเงินไม่ให้อ่อนค่าเร็วเกินไป รวมผลกระทบของ 3 วันที่ผ่านมา ทำให้เงินหยวนอ่อนค่าลงทันที 3.4% หรือ 3% YTD แต่ยังอ่อนค่าน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของเงินในเอเชียอื่นๆ ที่อ่อนค่า 6.6% YTD ในขณะที่ของแถม คือ ตลาดหุ้นเอเชียร่วงเฉลี่ย 2.4% (ตลาดหุ้นไทยปิดทำการวานนี้ แต่วันอังคารร่วงไป 0.8%) ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐร่วง 1.3% หุ้นยุโรปลดลงเฉลี่ย 2-3%

ในระยะสั้นเงินหยวนที่อ่อนค่าเป็นลบกับราคา Commodity เพราะทำให้สินค้าเหล่านี้ที่จีนต้องนำเข้าแพงขึ้น จึงมีผลต่อปริมาณความต้องการสินค้า เช่น น้ำมันดิบ ทองคำ ยางพารา ถั่วเหลือง น้ำตาล เป็นต้น และเป็นลบต่อเกาหลีใต้ ไต้หวัน และมาเลเซีย ซึ่งพึ่งพาการส่งออกสินค้าเหล่านี้ไปจีนเป็นหลัก

ในระยะสั้นเงินบาทจะเผชิญแรงขายทำให้อ่อนค่า เป็นลบกับตลาดหุ้น แต่เราเชื่อว่า Downside ของตลาดจำกัดมากแล้ว เพราะในช่วง 10 ปีนี้ อัตราการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทและ SET Index ค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก (ต่างจากในช่วง 20 ปีก่อนที่ตลาดหุ้นถูกกระทบแรงเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาท) นับตั้งแต่ต้นปี 2015 เงินบาทอ่อนค่า 7.5% ส่วน SET Index ปรับลง 6% หากให้ SET ปรับลง 7.5% เท่ากัน จะอยู่ที่ระดับ 1,385 จุด สอดคล้องกับประมาณการกำไรของ บจ.ในปีนี้ที่เราปรับลงตามหลัก Conservative และอิง PE 15 เท่า ได้ SET Index 1,380 จุด

ระยะยาวเป็นบวกกับทั้งตลาดหุ้นและ Commodity เพราะเมื่อเศรษฐกิจจีนดีขึ้น ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจในภูมิภาค เพราะจีนเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญ สำหรับไทยจีนเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุด มีส่วนแบ่งตลาด 12% และไทยยังส่งออกไปอาเซียนอีกประมาณ 20% ซึ่งส่วนใหญ่ก็ส่งออกไปยังจีนอีกต่อหนึ่ง และเป็นผลดีต่อราคาสินค้า Commodity เพราะจีนเป็นผู้บริโภครายใหญ่ถึง 1 ใน 3 สำหรับถั่วเหลือง น้ำตาล เหล็ก ทองแดง เป็นต้น ซึ่งดีต่อภาคการส่งออกของไทย เพราะสินค้าส่งออกของไทยกว่า 20% เป็นสินค้า Commodity

ดังนั้น เมื่อเห็นสัญญาณเศรษฐกิจจีนเริ่มดีขึ้น หุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และสินค้าเกษตรบางประเภท จะกลับมานำตลาดอีกครั้ง  

ธุรกิจท่องเที่ยว ผลที่เป็นลบมีต่อ Sentiment แต่ผลของธุรกิจจริงมีน้อยมาก เพราะแม้เงินหยวนอ่อนค่าจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศแพงขึ้น แต่ค่าเงินบาทไทยอ่อนค่านำค่าเงินหยวนไปแล้ว ปัจจุบันเงินหยวนยังแข็งค่ากว่าเงินบาท 3.3% (เงินบาทอ่อนค่า 7% YTD เทียบกับค่าเงินหยวนอ่อนค่า 3.6% YTD) ผลกระทบจึงจำกัด ราคาหุ้น AOT และ AAV ซึ่งมีชาวจีนเป็นลูกค้าหลัก ที่ร่วงแรงกว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกัน จึงเป็นโอกาสในการสะสม

ธุรกิจไก่ส่งออกดีขึ้นแต่อยู่ในกรอบจำกัด สิ่งที่ดีขึ้นคือค่าเงินบาทที่อ่อนค่าตามเงินหยวน จะทำให้ราคาไก่ส่งออกสามารถแข่งขันได้กับบราซิล ซึ่งในปีนี้ค่าเงินเรียลอ่อนค่ามากกว่าเรา แต่ผลกระทบจำกัด เพราะปัญหาไก่ที่ Oversupply ในประเทศยังกดดันราคาไก่และชิ้นส่วนไก่ในประเทศต่อไปอีก 1–2 ไตรมาส

MINT และ THCOM ได้รับผลบวก เพราะเมื่อค่าเงินบาทอ่อน การแปลงผลประกอบการของธุรกิจในต่างประเทศกลับมาเป็นเงินบาทในงบการเงินรวมจะดีขึ้น

BEAUTY ในเชิง Sentiment เป็นลบ เพราะจีนเป็นลูกค้าที่สำคัญของบริษัท แต่ผลกระทบต่อธุรกิจค่อนข้างจำกัด เพราะค่าเงินบาทอ่อนค่าไปก่อนหน้าเงินหยวนมาหลายเดือนก่อนหน้า แต่ในระยะยาวจะยิ่งเป็นผลดีกับ BEAUTY เมื่อเศรษฐกิจจีนดีขึ้น กำลังซื้อจะยิ่งมากขึ้น ราคาหุ้นที่ปรับลงจึงเป็นโอกาสในการซื้อ 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท