
ถกเซอร์ชาร์จเหล็กจบไม่ลง
บีโอไอเรียกถกผู้ผลิต-ผู้ใช้เหล็กในประเทศหารือเก็บเซอร์ชาร์จเหล็กแต่ไม่ได้ข้อยุติ
บีโอไอเรียกถกผู้ผลิต-ผู้ใช้เหล็กในประเทศหารือเก็บเซอร์ชาร์จเหล็กแต่ไม่ได้ข้อยุติ
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้เชิญภาคเอกชนกลุ่มผู้ผลิตเหล็กในประเทศ และกลุ่มผู้ใช้เหล็ก เข้าหารือและให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ (เซอร์ชาร์จ) ในการนำเข้าเหล็ก ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) มีมติให้เรียกเก็บค่าเซอร์ชาร์จไปแล้ว แต่หลังจากบีโอไอได้รับการร้องเรียนจากเอกชนผู้ใช้เหล็กในประเทศ จึงได้ขอทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งการหารือครั้งนี้ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง
นางหิรัญญา ให้สัมภาษณ์หลังการหารือเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่ขอตอบคำถาม เพราะยังไม่มีข้อสรุปใดๆ รวมทั้งเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องอ่อนไหว ซึ่งจะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อน”
แหล่งข่าวจากตัวแทนกลุ่มผู้ใช้เหล็กในประเทศ ระบุว่า การหารือครั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป และเลขาธิการบีโอไอจะนัดทั้งสองฝ่ายมาหารือร่วมกันอีกครั้ง
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การเชิญผู้ประกอบการเหล็กทั้งสองฝ่ายมาหารือกัน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของกลุ่มผู้ใช้เหล็ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี เนื่องจากบีโอไอจะยังไม่ประกาศให้มีการเรียกเก็บค่าเซอร์ชาร์จเหล็กในขณะนี้ แต่หากในท้ายที่สุดแล้วบีโอไอเรียกเก็บค่าเซอร์ชาร์จในอัตรา 34-35% ก็ทำให้สมาชิกในกลุ่มที่มีประมาณ 30-40 โรงงานต้องทยอยปิดกิจการลง และเลิกจ้างงานกว่า 5,000 คน
แหล่งข่าวจากที่ประชุม เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้เป็นไปด้วยเหตุและผล และในเบื้องต้นเลขาธิการบีโอไอมีท่าทีเห็นด้วยกับผู้ประกอบการที่ใช้เหล็ก โดยอาจจะยกเว้นไม่เก็บเซอร์ชาร์จเหล็กลวดคาร์บอนต่ำที่นำไปทำนอตสกรู และเหล็กลวดคาร์บอนปานกลางที่นำไปทำนอตสกรู เนื่องจากเมื่อผู้ใช้เหล็กในประเทศยื่นเงื่อนไขไปว่า หากใช้เหล็กลวดในประเทศมาทำนอตสกรูแล้วเกิดความเสียหาย เนื่องจากเหล็กลวดไม่ได้คุณภาพ ผู้ผลิตเหล็กจะต้องรับผิดชอบ แต่กลับไม่มีผู้ผลิตเหล็กรายใดกล้ารับรอง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเหล็กเส้นที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และเหล็กที่จะนำไปยืดเพื่อให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กลงเพื่อนำไปทำเป็นวัตถุต่างๆ เช่น กรงไก่ รั้วลวดหนาม ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปและจะมีการหารือกันต่อไป
ด้านแหล่งข่าวจากผู้ผลิตเหล็กในประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ร้านค้าวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ๆ หันไปสั่งนำเข้าวัสดุเหล็กจากต่างประเทศแทนการสั่งซื้อเหล็กจากโรงงานในประเทศ ส่งผลให้มีสินค้าเหล็กจากจีนไหลเข้ามาในตลาดจำนวนมาก







