
เครือปตท.กำไร 4.7หมื่นล้านหด17%
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นของบริษัท ปตท. (PTT) ถูกเทขายออกมาอย่างหนักจนราคาร่วงลงไปต่ำกว่า 300 บาท จากความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่รูดลงเร็วมาอยู่บริเวณ 42 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลแล้ว จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของกลุ่ม ปตท. หลังจากเพิ่งผ่อนคลายสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบที่ฟื้นตัวในไตรมาส 2 เฉลี่ยอยู่ที่ 61.3 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 51.9 เหรียญสหรัฐ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นของบริษัท ปตท. (PTT) ถูกเทขายออกมาอย่างหนักจนราคาร่วงลงไปต่ำกว่า 300 บาท จากความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่รูดลงเร็วมาอยู่บริเวณ 42 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลแล้ว จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของกลุ่ม ปตท. หลังจากเพิ่งผ่อนคลายสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบที่ฟื้นตัวในไตรมาส 2 เฉลี่ยอยู่ที่ 61.3 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 51.9 เหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 ปี 2558 ปตท.และบริษัทในเครืออีก 6 แห่งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีกำไรสุทธิรวม 47,759 ล้านบาท ลดลงจำนวน 9,858 ล้านบาท คิดเป็น 17.10% และรวม 6 เดือนแรกกำไรทั้งสิ้น 94,491 ล้านบาท ลดลงจำนวน 14,546 ล้านบาทหรือ 13.34% เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน
สาเหตุที่ทำให้กำไรของกลุ่ม ปตท.ลดลงในไตรมาส 2 ส่วนใหญ่มาจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ที่มีกำไรสุทธิเพียง 1,312 ล้านบาท ร่วงลง 16,874 ล้านบาท หรือ 92% แม้ว่าบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) จะมีกำไรดีขึ้นมากจากระดับ 178 ล้านบาท เพิ่มเป็น 4,235 ล้านบาท เติบโตถึง 4,057 ล้านบาท ทำให้ ปตท.มีกำไรสุทธิเพียง 23,746 ล้านบาท ลดลง 5,611 ล้านบาท และ 6 เดือนกำไรสุทธิ 46,329 ล้านบาท ลดลงประมาณ 19% แม้ว่ามีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน 3,096 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหุ้นบางจากปิโตรเลียม (BCP) ก็ตาม







